กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันก่อนเปิดเทอม เตรียมสำรวจนักเรียนกลุ่มตกหล่นฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ระดมฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 85 ก่อนเปิดเทอม 2 พ.ย.นี้

นางสาว ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดเทอม ว่า การเปิดภาคเรียนที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้มีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ระยะ ดังนี้.. 

  • ระยะแรก สำหรับโรงเรียนพักนอน ซึ่งดำเนินการตามโครงการ Sandbox: Safety zone in School มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2564
  • ระยะที่สอง สำหรับโรงเรียนประเภทไป-กลับ ที่มีความพร้อมและผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งการจะเปิดโรงเรียนได้ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินหลายด้าน เช่น ด้านกายภาพ ด้านการมีส่วนร่วม ด้านการประเมินความพร้อมสู่การปฏิบัติ

 

ศธ. สำรวจนักเรียนตกหล่นฉีดไฟเซอร์ เดินหน้าเปิดเรียนอย่างปลอดภัย

สำหรับสถานศึกษา ครู-บุคลากรต้องฉีดวัคซีนครบโดสไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ในขณะที่นักเรียน-ผู้ปกครอง ควรได้รับวัคซีนตามมาตรการที่ ศธ. และ กระทรวงสาธารณสุข กำหนด

 

“เมื่อเปิดภาคเรียนแล้ว ต้องปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด สามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite หรือ Online หรือแบบผสมผสานทั้งประจำและไปกลับก็ได้ หรือการสลับวันมาเรียน โดยแต่ละห้องเรียนไม่เกิน 25 คน เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร”

นางสาว ตรีนุช กล่าวอีกว่า จากการสำรวจในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ พบว่ามีนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี อีกมากกว่า 100,000 คนที่แจ้งขอฉีดวัคซีนเพิ่ม จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 5,048,081 คน และแจ้งความประสงค์ฉีดวัคซีนจำนวน 3,618,166 คน

 

ตรีนุช เทียนทอง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ

 

ขณะที่ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับรายงานนักเรียนแจ้งขอฉีดวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

รวมถึงกรณีที่นักเรียนไม่ได้แจ้งรายชื่อไว้ แต่ขอเข้ามาฉีด ซึ่งทางโรงเรียนและสาธารณสุขจังหวัดได้บริการจัดฉีดวัคซีนให้ เนื่องจากต้องการให้เด็กได้รับวัคซีนครบทุกอยู่แล้ว 

 

ฉีดวัคซีน ไฟเซอร์ ให้นักเรียน เพื่อการเปิดเทอมอย่างปลอดภัย

“นอกจากนี้จะมีการสำรวจเพิ่มเติมในรอบที่ 2 แต่ต้องให้นักเรียนไปฉีดที่โรงพยาบาลในพื้นที่ โดยหลังจากที่เริ่มฉีดวัคซีนให้กลุ่มนักเรียนเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ยังไม่ได้รับข้อมูลนักเรียนมีอาการข้างเคียงที่หนักจากการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด” นายอัมพร ระบุ

 

ทั้งนี้ กพฐ. จะประสานกับ กรมการแพทย์ จับคู่โรงเรียนและโรงพยาบาลในพื้นที่กทม. เพิ่มหน่วยบริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียน เพื่อดำเนินการให้เสร็จทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 เดือนพฤศจิกายนนี้

 

ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สร้างภูมิคุ้มกันให้กลุ่มนักเรียน

พร้อมกันนี้จะสำรวจว่ายังมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยังไม่ได้รับวัคซีนอีกจำนวนเท่าใด เพื่อให้ฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง และเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย โดยจะแบ่งเป็น

  • ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย
  • ผู้ที่ยังไม่ได้รับวีคซีนเข็มที่ 2
  • กลุ่มที่รอเข็ม 3 เพื่อให้ได้รับวัคซีน

 

ศธ. สำรวจนักเรียนตกหล่นฉีดไฟเซอร์ เดินหน้าเปิดเรียนอย่างปลอดภัย