ศธ. สำรวจนักเรียนตกหล่นฉีดไฟเซอร์ เดินหน้าเปิดเรียนอย่างปลอดภัย
06 ต.ค. 2564 | ratchata

กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันก่อนเปิดเทอม เตรียมสำรวจนักเรียนกลุ่มตกหล่นฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ระดมฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 85 ก่อนเปิดเทอม 2 พ.ย.นี้
ข่าว
06 ต.ค. 2564 | ratchata

กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันก่อนเปิดเทอม เตรียมสำรวจนักเรียนกลุ่มตกหล่นฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ระดมฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 85 ก่อนเปิดเทอม 2 พ.ย.นี้
นางสาว ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดเทอม ว่า การเปิดภาคเรียนที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้มีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ระยะ ดังนี้..
สำหรับสถานศึกษา ครู-บุคลากรต้องฉีดวัคซีนครบโดสไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ในขณะที่นักเรียน-ผู้ปกครอง ควรได้รับวัคซีนตามมาตรการที่ ศธ. และ กระทรวงสาธารณสุข กำหนด
“เมื่อเปิดภาคเรียนแล้ว ต้องปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด สามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite หรือ Online หรือแบบผสมผสานทั้งประจำและไปกลับก็ได้ หรือการสลับวันมาเรียน โดยแต่ละห้องเรียนไม่เกิน 25 คน เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร”
นางสาว ตรีนุช กล่าวอีกว่า จากการสำรวจในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ พบว่ามีนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี อีกมากกว่า 100,000 คนที่แจ้งขอฉีดวัคซีนเพิ่ม จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 5,048,081 คน และแจ้งความประสงค์ฉีดวัคซีนจำนวน 3,618,166 คน
ขณะที่ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับรายงานนักเรียนแจ้งขอฉีดวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงกรณีที่นักเรียนไม่ได้แจ้งรายชื่อไว้ แต่ขอเข้ามาฉีด ซึ่งทางโรงเรียนและสาธารณสุขจังหวัดได้บริการจัดฉีดวัคซีนให้ เนื่องจากต้องการให้เด็กได้รับวัคซีนครบทุกอยู่แล้ว
“นอกจากนี้จะมีการสำรวจเพิ่มเติมในรอบที่ 2 แต่ต้องให้นักเรียนไปฉีดที่โรงพยาบาลในพื้นที่ โดยหลังจากที่เริ่มฉีดวัคซีนให้กลุ่มนักเรียนเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ยังไม่ได้รับข้อมูลนักเรียนมีอาการข้างเคียงที่หนักจากการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด” นายอัมพร ระบุ
ทั้งนี้ กพฐ. จะประสานกับ กรมการแพทย์ จับคู่โรงเรียนและโรงพยาบาลในพื้นที่กทม. เพิ่มหน่วยบริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียน เพื่อดำเนินการให้เสร็จทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 เดือนพฤศจิกายนนี้
พร้อมกันนี้จะสำรวจว่ายังมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยังไม่ได้รับวัคซีนอีกจำนวนเท่าใด เพื่อให้ฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง และเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย โดยจะแบ่งเป็น