ในงานนี้มีการบรรยายพิเศษ ยกระดับ "สมุนไพร" สร้างเศรษฐกิจเข้มแข็ง โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาสมุนไพร และปัจจุบันในไทยมีอัตราการบริโภคสมุนไพรเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 มูลค่าการบริโภควัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศ 43,100 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 52,100 ล้านบาท ในปี 2562
และจะมีการช่วยกันขับเคลื่อน “สมุนไพร” อย่างยั่งยืนต่อไป โดยทุกฝ่ายยังต้องช่วยกันสร้างองค์ความรู้ให้เกษตรกรทำสมุนไพรให้มีคุณภาพ และต้องจัดหาแหล่งทุนเพื่อสนับสนุน มีตลาดที่ชัดเจนให้แก่เกษตรกร รวมถึงอีกหนึ่งสำคัญคือการวิจัยและพัฒนาทั้งการแปรรูป สกัด เพื่อสร้างมูลค่าสมุนไพรอย่างยั่งยืน เช่นกรณี พืชกระท่อม ที่มีสารที่เป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพหลายชนิดที่สามารถต่อยอดได้ ดังนั้นรัฐบาลและเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อพัฒนาและยกระดับสมุนไพรไทยในตลาดเป็นอย่างมากทำให้สมุนไพรไทยเป็นหนึ่งในตลาดได้ โดยเฉพาะสมัยนี้ที่มีโรคระบาดทำให้คนหันมาสนใจสมุนไพรไทยมากขึ้น
ด้าน รศ.ดรสุพจน์ วงศ์ใหญ่ รพจน์ วงศ์ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรของสหประชาชาติ และอาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่าตำหรับยาสมุนไพรไทยเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมาก โดยเฉพาะคุณสมบัติของสมุนไพรที่แก้ปัญหาโรคเรื้อรังได้เป็นอย่างดี เช่น ขิง ขมิ้นชัน สามารถป้องกันได้โรคได้หลายชนิด
ดังนั้นอยากให้รัฐบาลโฟกัสเรื่องความมั่นคงของระบบบัญชียาหลักแห่งชาติ ตำหรับยาสมุนไพรไทย อยากให้ผลักดันเรื่องนี้ให้ยาสมุนไพรเข้าสู่หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงทำให้เกิดการใช้สูง และยังได้ผลส่งไปถึงเกษตรกรเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์สร้างมูลค่าสู่ตลาดโลก ส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย แต่ทั้งนี้ต้องเข้มงวดในเรื่องมาตรฐานด้วยเช่นกัน