โดยการยื่นคำฟ้องครั้งนี้เป็นเพียงสัญญาจ้างเดินรถ มูลค่าราว 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่สัญญาติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนรวบรวมเอกสาร เตรียมยื่นคำฟ้องให้ชำระหนี้อีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งบีทีเอสยอมรับว่าการค้างจ่ายค่าจ้างดังกล่าวที่มีมูลค่ารวมเกือบ 3 หมื่นล้านบาทนั้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ทำให้บีทีเอสจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อนำมาบริหารจัดการ
“ขณะนี้รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายยังเปิดให้ใช้ฟรี ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากทาง กทม. ซึ่งการจะเก็บค่าโดยสารหรือไม่นั้น ไม่ใช่อำนาจของบีทีเอส ดังนั้นจะมีการเก็บค่าโดยสารเมื่อไหร่ อย่างไร เป็นอำนาจของ กทม.ที่ต้องกำหนด รวมถึงการปรับขึ้นค่าโดยสารก็เป็นอำนาจของกทม. ไม่เกี่ยวกับบีทีเอส เว้นเฉพาะสัมปทานส่วนหลักที่เป็นสัมปทานของบีทีเอส ก็เป็นไปตามสัญญา”
ขณะที่การแก้ไขปัญหา โดยนำเรื่องเข้าครม.เพื่อพิจารณาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวยังไม่มีความคืบหน้า