วันนี้ จ่อปิดคดีลิฟต์ผู้พิการ บนสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว 23 สถานี ตั้งแต่ปี 57 ที่ผู้พิการกว่า 430 คน ฟ้องกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดทำลิฟต์และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ไม่แล้วเสร็จครบถ้วนตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด

15 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า วันนี้เวลา 09.50 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 9 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำ 990/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 226/2562 ระหว่าง นายธีรยุทธ สุคนธวิท กับพวกรวม 430 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับกรุงเทพมหานคร(กทม.) (ผู้ถูกฟ้องคดี) กรณีคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร

 

นายธีรยุทธ ฟ้องว่า กทม.กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี กรณีผู้ถูกฟ้องดำเนินการจัดทำลิฟต์และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า จำนวน 23 สถานี และจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกบนรถไฟฟ้าสำหรับคนพิการ ไม่แล้วเสร็จครบถ้วนตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557 ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นคนพิการต้องขาดประโยชน์ในการใช้บริการรถไฟฟ้าดังกล่าว

โดยศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 ให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำลิฟต์และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก ที่สถานีรถไฟฟ้าทั้ง 23 สถานี ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับดังกล่าวให้เสร็จสิ้น ภายในวันที่ 21 มกราคม 2559 โดยมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า

ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทำลิฟต์รับ-ส่งคนพิการ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการในสถานีขนส่งรถไฟฟ้าบางแห่งแล้ว อันเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ละเลยต่อหน้าที่ในการปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีมิได้จัดทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 21 มกราคม 2559 จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายล่าช้าเกินสมควร จึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดี ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือในเรื่องเช่นว่านี้จากรัฐ และนับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา ผู้ถูกฟ้องคดีได้ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์สำหรับคนพิการ เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษา แต่ระหว่างการดำเนินการผู้ถูกฟ้องคดีต้องประสบปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ทำให้การก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์มีความล่าช้า จึงเป็นเหตุให้ก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์ได้เพียง 18 สถานี โดยผู้ถูกฟ้องคดีรายงานผลการดำเนินการพร้อมปัญหาอุปสรรคให้สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครองทราบเป็นระยะๆ

 

เมื่อเหตุดังกล่าวมิได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ถูกฟ้องคดี จึงไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมายอันจะถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีดังกล่าว ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีดังกล่าว ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539

ผู้ฟ้องคดีจึงได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด