นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ป้องกันการใช้บริษัทเป็นช่องทางถือครองที่ดินโดยมิชอบ รวมทั้งตรวจสอบตัวตนของผู้ถือหุ้นผ่านฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร และตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเพิ่มข้อความกำกับในสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าใจตรงกันว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงเอกสารที่นายทะเบียนรับเก็บไว้ ไม่ใช่หนังสือรับรองสถานะผู้ถือหุ้นปัจจุบัน ซึ่งต้องพิจารณาจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่บริษัทเก็บรักษาตามกฎหมาย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่กว่า 1 ล้านราย และมีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 49.99 จำนวน 119,116 ราย ซึ่งเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในการประเมินความเสี่ยงและคัดกรองเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าบริษัททั้งหมดเป็นนอมินีหรือกระทำผิดกฎหมาย โดยการดำเนินการจะพิจารณาตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
“รัฐบาลยืนยันการส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนที่โปร่งใส เป็นธรรม และแข่งขันได้ โดยพร้อมอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนไทยและต่างชาติที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางและการกระทำที่เอาเปรียบระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว