สำหรับเรือนจำกลางอุดรธานี ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นวันที่สอง มีผู้ป่วยสะสม 4,991 คน รักษาหายเพิ่ม 416 คน หายป่วยสะสม 4,314 คน รักษาตัวที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี 21 ราย นอนรักษาตัวที่ รพ.สนาม ในเรือนจำกลางอุดรธานี 653 ราย เสียชีวิตสะสม 3 ราย สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นตามสำดับ คาดว่าภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ การระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำกลางอุดรธานีจะยุติ
นายอุเทน หาแก้ว รอง สสจ.อุดรธานี กล่าวว่า เช้าวันนี้นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เดินทางลงตรวจพื้นที่“ตลาดไทยอิสาณ”คลัสเตอร์การระบาดใหญ่ ที่ตลาดกลับมาเปิดแล้ว ตามมาตรการด้านวิ่งแวดล้อม 6 ข้อ,มาตรการด้านบุคคล 6 ข้อ และแบบประเมินตลาด 17 ข้อ ของกรมอนามัย โดยผู้ค้า-ลูกจ้างต้องผ่านการตรวจเชื้อ ต้องไม่มีญาติอยู่ระหว่างกักตัว แขวนป้ายแสดงผลตรวจทุกคน ซึ่งมีผู้แผงกลับมาขายแล้ว 30 % ต่อไปตลาดต้องจัดให้ตรวจหาเชื้อทุกวันๆละ 10 % หรือผู้ค้า-ลูกจ้างตรวจหาเชื้อทุก 10 วัน โดยจะนำมาตรการนี้ใช้กับทุกตลาด
“การระบาดที่เริ่มจากตลาด ได้กระจายไปในระดับครอบครัว จากการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะงานศพ งานประเพณี ที่จะมาร่วมรับประทานอาหาร สังสรร เฉลิมฉลอง ในวงญาติพี่น้อง-เพื่อน-เพื่อนร่วมงาน ล้อมวงรับประทานอาหาร ทำให้ต้องถอดหน้ากากออก จึงต้องหยุดกิจกรรมเหล่านี้ รวมทั้งเทศกาลกินเจ 6-14 ต.ค.นี้ ก็ได้กำหนดไว้ 3 แนวทาง คือ งดงานเทศกาลที่เป็นถนนอาหาร,ประเพณีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จัดได้ แต่ต้องมีมาตรการเว้นระยะห่าง และโรงเจงดจัดในสถานที่ให้รับอาหารไปทานที่บ้าน”
นายอุเทน หาแก้ว รอง สสจ.อุดรธานี ตอบข้อซักถามอีกว่า งานประเพณีในช่วงออกพรรษา กฐิน-ผ้าป่า ขณะนี้วัฒนธรรมจังหวัด สำนักพระพุทธศาสนา และสาธารณสุข กำลังร่วมกันออกแบบมาตรการควบคุม คาดว่าอีกไม่นานจังหวัดจะออกประกาศ และที่มีความเป็นห่วงอีกก็คือ ศบค.ได้ประกาศผ่อนคลายล็อค โดยเฉพาะร้านอาหารมากขึ้น โดยให้จัดให้แสดงดนตรีได้ แต่ยังคงห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ก็ห่วงว่าเราจะกำลังดูแลกันอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็ยังผ่าฝืนกันอยู่
นายอุเทน หาแก้ว รอง สสจ.อุดรธานี แจ้งด้วยว่า อุดรฯยังเร่งรัดการฉีดวัคซีน เกือบทุกศูนย์ฉีดวัคซีนใช้การ“วอคอิน”แต่ขอแนะนำให้ลงทะเบียน แล้วเข้าไปฉีดจะรวดเร็วกว่า โดยในกลุ่ม 608 ฉีดเข็มแรกไปแล้ว 61.21 %และกลุ่ม 18 ปีขึ้นไปเข็มแรกฉีดไป 44.88 % ซึ่งถือว่าไกลเป้าหมายอยู่ ส่วนการฉีดวัคซีนเด็ก อายุ 12-18 ปี สำรวจมี 148,904 คน สมัครใจ 96,630 คน หรือ 64.7 % จากเป้าหมายเปิดเรียนต้อง 80 % จึงต้องทำความเข้าใจกับพ่อแม่ผู้ปกครองว่าวัคซีนที่ใช้ฉีดคือ“ไฟเซอร์”ถือว่าปลอดภัยมีอาการไม่พึงประสงค์น้อยใช้กันในอเมริกาและยุโรป ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองเปลี่ยนใจให้แจ้งลงทะเบียนเพิ่มที่สถานศึกษาของลูกหลาน......
โดย - เศกส้นติ กัลยาณวิสุทธิ์