ทั้งนี้มีข้อมูลประกอบที่น่าสนใจ ในการระบาดระลอกที่สามตั้งแต่ 1 เมษายน จนถึง 11 กันยายน มีเด็กติดเชื้อทั้งสิ้น 129,165 คน เสียชีวิต 15 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว โดยสัดส่วนการติดเชื้อ ทยอยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ดังนี้
- เมษายน 2,426 คน
- พฤษภาคม 6,432 คน
- มิถุนายน 6,023 คน
- กรกฎาคม 31,377 คน
- สิงหาคม 69,628 คน
จะเห็นได้ว่า อัตราการติดเชื้อในเด็กเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเป็นไวรัสสายพันธุ์เดลตา
ส่วนผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ก็พบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 12.6 รายต่อ 1 ล้านโดส โดยเป็น เด็กชาย มากกว่า เด็กหญิง และพบในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่
ข้อมูลที่มี ทั้งประโยชน์ที่ได้จากวัคซีน และผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดจากวัคซีน ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองต่างจิตต่างใจ ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีดดี ก่อนจะเปิดเทอม แต่ขณะนี้พบว่า ทุกครอบครัวก็ได้แสดงเจตจำนงชัดเจน ผู้ปกครองส่วนใหญ่กว่า 90% พร้อมที่จะให้บุตรหลานฉีดวัคซีน เพื่อที่จะไปโรงเรียน
ส่วนในกลุ่มที่ยังไม่สมัครใจฉีด ทางกระทรวงศึกษาธิการก็มีแนวทางดังนี้
- ให้เรียนออนไลน์ที่บ้านต่อไปได้
- ให้มาที่โรงเรียนได้ โดยควรจะได้ตรวจ ATK ว่ามีผลเป็นลบ และจัดจัดการเรียนการสอนแยกให้เป็นพิเศษ
ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า คงจะมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า จำนวนนักเรียนติดเชื้อที่ ฉีดวัคซีน และ ไม่ฉีดวัคซีน มีมากน้อยแตกต่างกันอย่างไร และผลข้างเคียงที่พบในต่างประเทศจะพบในเด็กไทยมากน้อยอย่างไร?