ความคืบหน้าคดีของ “พิยดา” ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน หลายคนสงสัยว่า เส้นทางในทำธุรกิจออนไลน์ของ “พิยดา” เป็นอย่างไร ทำไมถึงได้ร่ำรวยใช้ชีวิตอู้ฟู้ หรือเธอได้เงินมาจากการหลอกลวงเหยื่อ “ข่าวข้นคนข่าว” มีคำตอบในเรื่องนี้ให้กับคุณผู้ชม

28 กันยายน 2564 นักสืบออนไลน์ ขุดคุ้ยประวัติ “พิยดา” ออกมาแฉ โดยระบุข้อมูลว่า นางสาวพิยดา ตัวจริง ปัจจุบันเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน มีผู้เสียหายกว่า 500 คน ชีวิตดีๆบนความตายของผู้อื่น โกงมามาเกิน 5 ปี ผู้เสียหายเกิน 500 คน มีเงินหมุน 35 ล้าน แถมยังมีการเปิดเพจในหลายแอค ซึ่งจะมีการจ้างคนเปิดบัญชีหลายบัญชี มีค้าจ้างให้หัวละ 8,000 บาท ทำให้เวลาค้นหาชื่อคนโกง จึงไม่พบชื่อของเธอ เพราะเป็นบัญชีธนาคารที่จ้างคนอื่นไปเปิด แต่สุดท้ายเส้นทางการเงินจะไปรวมอยู่ที่พิยาดาเพียงคนเดียว ส่วนเด็กหญิงอายุ 18 ปีที่โดนจับกุม ก็เป็นแค่คนรับเปิดบัญชีเท่านั้น

 

นอกจากนี้ ยังมีการระบุข้อมูลอีกว่า ตัวพิยดาเริ่มโกงมาตั้งแต่อายุ 16 ปี และตำรวจเคยจับได้ว่า หนึ่งในบัญชีที่ใช้โกง คือ บัญชีแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว และใช้เบอร์และบัญชีของแม่มาโกง 

 

พลตำรวจโท กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ผบช.สอท.เกี่ยวกับเส้นทางความเป็นมาของ “พิยดา” ได้รับคำตอบว่า วิธีการของเด็กรุ่นใหม่ที่ทำธุรกิจออนไลน์ในยุคนี้ จะไม่นิยมขั้นตอนอะไรที่มีความซับซ้อน อย่างวิธีการโกงคนที่ซื้อโทรศัพท์ เขาก็จะใช้วิธีโกงกันแบบดื้อๆ คือ ให้ลูกค้าสั่งสินค้า โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร เมื่อได้รับเงินแล้ว ก็จะเชิดเงิน และไม่ส่งสินค้าให้ตามที่ตกลงกันไว้ โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมายมากระทำความผิด และอาศัยความอยากมี อยากได้สินค้าของเหยื่อมาดึงดูด 

 

ขณะที่การตรวจสอบประวัติของพิยดา พบว่า เคยมีประวัติโกงในลักษณะซื้อขาย โทรศัพท์แล้วไม่ส่งสินค้าบนอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก และมีโพสต์การแจ้งเตือนจากหลายช่องทาง แถมยังมีประวัติเป็นบุคคลต้องคดีอาญาถึง 3 ครั้ง 

ส่วนรูปแบบการกระทำความผิดของพิยดา จะใช้การซื้อบัญชีธนาครจากกลุ่มรับเปิดบัญชีธนาคารทางออนไลน์ ก่อนที่จะเปิดเพจขายสินค้าออนไลน์(โทรศัพท์) โดยใช้บัญชีธนาคารที่ซื้อมาเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นบัญชีรับเงิน และใช้ E-banking ในการทำธุรกรรมการเงิน ทั้งกสนโอนไปเก็บไว้ที่บัญชีอื่นๆ พร้อมทั้งการนำเงินมาซื้อของต่างๆผ่นระบบออนไลน์ เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

พลตำรวจโท กรไชย บอกอีกว่า การแก้ปัญหาซื้อของแล้วไม่ได้ของนั้น ทำได้ง่ายๆเพียงประชาชนมีสติยับยั้งชั่งใจก่อนซื้อสินค้า และจำไว้ว่า สินค้าราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด อาจไม่การันตีได้ว่า คุณจะได้รับสินค้า หรือสินค้าจะมีคุณภาพ  ตามคำที่ว่า “ของถูกมักไม่ค่อยดี ส่วนของฟรีมักไม่มีในโลก” หรืออาจจะนำชื่อบัญชีของร้านหรือผู้ที่เราจะโอนเงิน ไปค้นหาในโลกออนไลน์ ก็จะสามารถเช็คประวัติของร้านหรือผู้ขายเหล่านี้ได้แล้ว หรืออาจจเข้าไปตรวจสอบข้อมูลร้านผ่านที่เว็บไซต์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำไว้ให้ประชาชนที่ชื่อว่า Trust.HighTechCrime.org