พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเดินสายลงชัยภูมิ หารือกับผู้สมัครส.ส.พรรคก้าวไกลเพื่อหาทางแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง หลังชัยภูมิมีเขื่อนถึง 4 แห่ง แต่แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งไม่ได้ จับตาจังหวัดใช้งบจัดการน้ำมากถึง 3 พันล้าน หวั่นทุจริต

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 28 กันยายน 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เข้ามาดูแลมอบน้ำดื่ม ให้กำลังใจพี่น้องบ้านดงบัง อำเภอคอนสาร จ.ชัยภูมิ  ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก และได้ใช้เวลาระดมสมอง หารือกับทีมว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคก้าวไกล และคณะทำงานพรรคประจำจังหวัด ถึงหนทางแก้ปัญหาน้ำที่เกิดซ้ำซากทุกปีในจังหวัดชัยภูมิ 

 

“พิธา”ลุยชัยภูมิหารือแก้ปัญหาน้ำจากต้นเหตุ

 

โดยทางคณะทำงานนำโดย นายสันติภาพ ภิญโญทรัพย์ ตัวแทนพรรคก้าวไกล จังหวัดชัยภูมิ  นางอรนุช ผลภิญโญ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร นางพิมพ์กานต์ ยศพิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. พรรคก้าวไกล เขต 4 นายกิตติธัช คำวงษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล เขต6 นายเกรียงไกร จันทร์กกผึ้ง ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคก้าวไกลเขต 3 ได้เสนอถึงสถานการณ์น้ำในชัยภูมิ โดยเฉพาะด้านภูมิศาสตร์ เพราะชัยภูมิถือเป็นดินแดนต้นน้ำ ปัจจุบันชัยภูมิมีเขื่อนทั้งหมด 4 เขื่อน อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 6 ที่ อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 14 ที่ กระจายอยู่ทั่วจังหวัดโดยเฉพาะในเขต ภูเขาเช่น อ.คอนสาร เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง แก้งคร้อ และมี Flood plain คือที่ราบลุ่มรับน้ำ อยู่ที่อำเภอเมือง อำเภอบ้านเขว้า อำเภอจัตุรัส อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอคอนสาร อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอบ้านแท่น อำเภอภูเขียว ซึ่งเป็นจุดที่มีน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี 

“พิธา”ลุยชัยภูมิหารือแก้ปัญหาน้ำจากต้นเหตุ

 

ย้อนกลับไปว่าชัยภูมิมีเขื่อนและอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก แต่เรายังจัดการปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งไม่ได้สักปี คำถามคือการจัดการที่ผ่านมายังตอบโจทย์การแก้ปัญหาหรือไม่  และเขื่อน อ่างกักเก็บน้ำทั้งหลาย เป็นวิธีการจัดการที่ล้าหลังไปแล้วหรือไม่ 

 

“พิธา”ลุยชัยภูมิหารือแก้ปัญหาน้ำจากต้นเหตุ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังได้วิเคราะห์ถึงทางแก้ที่รอบด้านและยั่งยืนร่วมกับมาทำงานว่า หากจะจัดการไม่ให้ “ยามแล้ง ต้องขนน้ำมาให้คน ยามท่วม ต้องขนคนหนีน้ำ” ต้องวางแผนการจัดการน้ำใหม่ทั้งระบบ เช่นการจัดการผังเมือง เพราะผังเมืองในปัจจุบันคือการสร้างเพื่อขวางทางไหลของน้ำ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำท่วมในทุกปีอีกด้วย รวมไปถึงต้องดูแลพี่น้องประชาชน 3 ระยะ คือ 1.ระยะก่อนน้ำท่วม ต้องมีการขุดลอกคูคลองให้น้ำระบายออกได้ไวที่สุด 2.ระยะระหว่างน้ำท่วม ประชาชนจะต้องได้รับอาหาร น้ำ ของอำนวยความสะดวกอย่างรวดเร็วและทันที 3.ระยะหลังน้ำท่วม ต้องมีการเยียวยาความเสียหายให้กับพื้นที่ทางที่อยู่อาศัยพื้นที่ทางการเกษตรกรรมให้คลอบคลุม ซึ่งเรื่องนี้พรรคก้าวไกลเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ มองยังรอบด้าน และต้องการการมีส่วนร่วมของประชาชน 

นอกจากนี้หัวหน้าพรรคก้าวไกลยังตั้งข้อสังเกตเรื่องเรื่องงบประมาณการจัดการน้ำท่วม ของจังหวัดชัยภูมิจังหวัดเดียว ปีล่าสุดกว่า 3,000 ล้านบาท อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันจับตาการใช้เงินตรงนี้ให้มากที่สุดว่าได้ถูกใช้ไปเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างครบระบบและรอบด้านหรือไม่ และทำไมยังมีพี่น้องประชาชนที่ขาดแคลนอาหารและน้ำในช่วงเวลาที่ต้องการมากที่สุดแบบนี้ หัวหน้าพรรคของเราได้ฝากส่งกำลังใจให้พี่น้องน้ำท่วมในจังหวัดชัยภูมิของเรา และฝากย้ำว่า “..หากทิม พิธา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีปัญหาน้ำแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน..”

“พิธา”ลุยชัยภูมิหารือแก้ปัญหาน้ำจากต้นเหตุ

 

โดย  - ศูนย์อีสาน