เขื่อนเจ้าพระยาเตรียมระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,400 ลบ.ม.
25 ก.ย. 2564
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เตือนบ้านริมน้ำท้ายเขื่อนยกของขึ้นที่สูง
ข่าว
25 ก.ย. 2564
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เตือนบ้านริมน้ำท้ายเขื่อนยกของขึ้นที่สูง
25 กันยายน 2564 มีรายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดวันนี้ ปริมาณน้ำที่สถานวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,186 ลูกบาศก์เมตรต่อวินที และน้ำที่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปรอมาณอยู่ที่ 16.50 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.54 เมตร/รทก. และเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,119 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ด้านนายกฤษฎา ศรีเพิ่มพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ปัจจุบันน้ำจากทางด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน อยู่ที่ประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวเป็นน้ำท่าที่เกิดจากฝนตกและไหลลงมาจากตอนบน ประกอบกับในช่วงเวลานี้มีพายุเข้าทางพื้นที่ภาคอีสาน รวมทั้งร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านภาคกลางอยู่ จึงทำให้น้ำจาก สถานีวัดน้ำ C.2 ไหลลงมาสู่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,100 ลูกบาศกเมตรต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาได้เต็มศักยภาพในส่วนหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้สูงขึ้นโดยรวดเร็ว นอกจากนี้ยังคาดการณ์เอาไว้ว่าน้ำทางด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาที่ยังมีอยู่ก็จะส่งมาที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ในอีกประมาณ 2 วันข้างหน้า ซึ่งสถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีน้ำสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2,400 ลูกบาศก์เมตร และจะมีมวลน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ที่ จ.อุทัยธานี ไหลลงมาสมทบและรวมกันที่ หน้าเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น จึงจะต้องทำให้เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีก และจะมีการควบคุมการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทั้งนี้จากการระบายน้ำดังกล่าว ทางสำนักงานชลประทานที่ 12 โดยกรมชลประทาน ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และชุมชนริมแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.อ่างทอง จ.สิงห์บุรี และ จ.ชัยนาท อาจจะได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น ก็ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวยกของขึ้นสู่ที่สูง และเฝ้าติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำอยู่เวลา
ข่าวโดย ธนพนธ์ แสงทอง
