คิมแทฮยอง “ดังนั้นผมหวังว่าพวกเราจะไม่มองอนาคตแต่เพียงด้านที่มืดมน พวกเรามีประชาชนที่สนใจใส่ใจโลกใบนี้และกำลังหาคำตอบที่จะช่วยโลกและมนุษยชาติ ยังมีหน้ากระดาษมากมายให้เขียนเรื่องราวของพวกเรา และผมคิดว่าเราไม่ควรจะคุยกันราวกับว่าเรารู้จุดจบของเรื่องนี้แล้ว”
จองกุก เสริมว่า “แน่นอนครับ บางครั้งโลกเหมือนจะหยุดหมุนและติดขัดแม้คุณจะพร้อมเดินหน้าแต่กลับเหมือนว่าเรากำลังหลงทาง มีช่วงเวลาที่พวกเราก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน”
คิมนัมจุน “ผมได้ยินมาวัยรุ่น และ ประชากรช่วงอายุ 20 ปี ถูกมองว่าเป็นเจนเนอร์เรชั่นที่หลงทางเพราะการระบาดของโควิด สับสนและหาทางไปต่อไม่เจอในช่วงวัยที่กำลังเปลี่ยนแปลง ท้าทาย และต้องการลองทำสิ่งใหม่ๆแต่ผมว่าอาจจะเป็นการด่วนสรุปเกินไป เพราะทางที่คนรุ่นใหม่กำลังเดิน เป็นเส้นทางที่คนรุ่นเก่าหรือผู้ใหญ่อาจจะมองไม่เห็น”
จีมิน ย้ำเรื่องการเชื่อมต่อออนไลน์ “คนรุ่นใหม่จำนวนมากพยายามอย่างหนักที่จะรักษามิตรภาพ และ ความสัมพันธ์กันทางออนไลน์ เรียนรู้เพิ่มเติมทักษะใหม่ๆ และ พยายามใช้ชีวิตอย่างดี รักษาสุขภาพมากขึ้น เด็กๆเหล่านี้ไม่ได้กำลังหลงทางนะครับแต่พวกเขาแค่เรียนรู้สิ่งใหม่และค้นหาวิธีใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง กำลังหาความกล้าหาญที่จะเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้น”
จิน “ดังนั้นผมว่าแทนที่จะมองพวกเขาเป็นวัยรุ่นที่หลงทาง น่าจะเรียกใหม่ว่า ‘วัยแห่งการเปิดรับ’ จะเหมาะสมกว่า เพราะนอกจากจะไม่กลัวความเปลี่ยนแปลงแล้วคนรุ่นใหม่เหล่านี้ยังสามารถกล่าวต้อนรับและมีพลังที่จะเดินหน้าต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนี้”
“ใช่ครับ ถ้าเราเชื่อมั่นในความเป็นไปได้และความหวัง ไม่ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไร พวกเราจะไม่หลงทางแต่จะค้นพบทางออกใหม่ๆแทน” คิมนัมจุน
เจ-โฮป “สิ่งที่สำคัญคือตัวเลือกที่เราตัดสินใจเมื่อเราต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงใช่มั้ยครับ? พวกคุณบางคนอาจได้ยินข่าวที่ว่าเรากำลังเดินทางมาที่ U.N. และหลายคนตั้งคำถามว่าพวกเราได้รับวัคซีนหรือยัง ผมจะขอใช้เวทีนี้ตอบเลยครับพวกเราทั้งเจ็ดคนได้รับวัคซีนแล้ว”
“วัคซีนสำหรับพวกผมมันคือตั๋ว หรือใบเบิกทางที่ทำให้เราได้พบกับแฟนเพลงของพวกเราที่รอคอยเรา และทำให้เราสามารถมายืนอยู่ที่นี่ในวันนี้ อย่างที่ผมกล่าวไปในแถลงการณ์วันนี้ครับว่าพวกเราเองก็ทำทุกทางที่สามารถทำได้เช่นกัน” คิมนัมจุน
“เหมือนกับวัคซีน ความมุ่งมั่นคือพลังที่จะขับเคลื่อนยุค New Normal ไปข้างหน้า และผมคิดว่าวันที่พวกเราจะได้พบกันอีก แบบตัวต่อตัว จะมาถึงอีกไม่นาน จนกว่าจะถึงวันนั้น ผมหวังว่าพวกเราจะดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วยพลังบวกนะครับ” คิมแทฮยอง
ก่อนที่หัวหน้าวงจะทิ้งท้ายว่า “พวกเราอาจจะคิดว่าโลกหยุดนิ่งแต่ที่จริงมันหมุนอยู่ตลอด และผมเชื่อว่าทุกๆการตัดสินใจที่เราทำเป็นการเริ่มต้อนของการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่จุดจบ และ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในโลกยุคใหม่จากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเราจะสามารถรับมือกับมันได้และกล่าวว่า 'ยินดีต้อนรับ' ครับ”
นอกจากจะได้รับเกียรติให้กล่าวสุนทรพจน์นำเสนอข้อความแทนใจคนรุ่นใหม่แล้ว ศิลปินวง BTS ยังได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำการแสดงในเพลง Permission To Dance ภายในพื้นที่ของ U.N. ตั้งแต่สนามหญ้า อาคาร ไปจนถึงหอประชุม สร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโลก และ ทำให้แฟนคลับเหล่าอาร์มี่ หายคิดถึงไปได้บ้าง