ความเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วง 1 เดือนเศษนับจากนี้ไป โดยเฉพาะบรรดาคอการเมืองจับจ้องกันอยู่ คือ ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ และโดยเฉพาะความสัมพันธ์ของ "กลุ่ม 3 ป." จะขยายรอยร้าวจนยากประสาน หรือจะกลับมาแนบแน่นกันเหมือนเดิม

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจ "ปลดฟ้าผ่า" 2 รัฐมนตรี ที่เป็น "กล่องดวงใจ" ของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เนื่องจากมีข่าวเดินเกมรวบรวมเสียงเพื่อโหวตล้มนายกฯกลางสภา ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศภายในพรรคพลังประชารัฐตึงเครียด 

 

โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของ "กลุ่ม 3 ป." เนื่องจากมีข่าวว่า นายกฯจะรุกคืบเข้าไปยึดพรรคพลังประชารัฐต่อ เพื่อไม่ให้ตัวเองเป็น "นายกฯขาลอย" ไม่มีฐาน ส.ส.สนับสนุน

 

แต่ปรากฏว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ได้ขยับกระชับอำนาจภายในพรรค ด้วยการตั้ง พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เข้าไปเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค และตั้งคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายขึ้นมา ซึ่งล้วนเป็นคนใกล้ชิดของ พล.อ.ประวิตร ทั้งสิ้น

 

ขณะเดียวกัน ก็จัดประชุมพรรค ยืนยันไม่ลาออก และไม่มีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทำให้ยังมี ร.อ.ธรรมนัส กับ ดร.นฤมล ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค และเหรัญญิกพรรคต่อไป

หลายฝ่ายมองว่า ท่าทีของ "บิ๊กป้อม" เป็นการตั้งกำแพงไม่ให้ "บิ๊กตู่" เข้าไปยึดพรรค เพื่อรักษาฐานอำนาจของตัวเองเอาไว้

 

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังอยู่ในสถานะ "นายกฯขาลอย" เพราะ ส.ส.พลังประชารัฐ อยู่ในความดูแลของ "บิ๊กป้อม" ทั้งหมด และล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมสภาสมัยสามัญครั้งที่ 1 ก่อนปิดสมัยประชุม ปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์องค์ประชุมล่มระหว่างเตรียมลงมติร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งถือเป็นสัญญาณร้ายในสภาที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพึงสังวรณ์

 

ช่วงที่ผ่านมา "บิ๊กตู่" จึงแก้เกมด้วยการเดินสายลงพื้นที่ตรวจราชการ เพื่อเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน และพบปะะรับฟังปัญหาของ ส.ส. โดยเลือกพื้นที่ฐานเสียงของ ส.ส.พลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็น สมุทรปราการ ชัยนาท และ ชลบุรี

 

ล่าสุดสัปดาห์นี้ นายกฯเตรียมลงพื้นที่ติดตามปัญหาน้ำท่วมจ.สุโขทัย ในวันที่ 22 ก.ย. โดยจ.สุโขทัยเป็นฐานที่มั่นทางการเมืองของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ซึ่งเพิ่งสวมกอดกับ "บิ๊กป้อม" มาหมาดๆ ในคราวประชุม ส.ส.พรรคเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แต่ความเคลื่อนไหวที่คอการเมืองจับตาก็คือ พล.อ.ประวิตร เองก็พยายามจัดคิวลงพื้นที่ ไม่ต่างกับนายกฯเช่นกัน โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เดินทางไปร่วมพิธีศพมารดาของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในจ.สมุทรปราการ และวันที่ 22 ก.ย.นี้ ก็ยังมีคิวไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมและการรับมือน้ำป่าไหลหลากที่จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วย

 

แต่ก็มีกระแสข่าวอีกด้านหนึ่ง ซึ่งอาจเป็น "ข่าวดี" ของความสัมพันธ์ "กลุ่ม 3 ป." คือในช่วงที่ พล.อ.ประวิตร ไปร่วมงานศพมารดาของ ส.ส.พลังประชารัฐ ที่จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ย. ปรากฏว่าช่วงเดินทางกลับ ฝนตก พื้นลื่น ทางแคบ ทำให้ พล.อ.ประวิตร เสียหลักล้ม แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก สามารถลุกขึ้นเดินต่อได้

 

ต่อมาในวันศุกร์ที่ 17 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ทราบข่าว จึงได้เดินทางไปเยี่ยม พลงอ.ประวิตร ทันทีหลังเสร็จภารกิจการลงพื้นที่จ.ชลบุรี โดยการพบปะกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร ที่บ้านป่ารอยต่อฯนั้น มีการพูดคุยกันถึงแนวทางการทำงานนับจากนี้ พร้อมรับประทานอาหารเย็นร่วมกันด้วย

 

ก็ต้องรอดูว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 คีย์แมนในรัฐบาล จะกลับมาแนบแน่นเหมือนเดิมหรือไม่ หรือว่าแต่ละฝ่ายจะชิงความได้เปรียบ สร้างดาวคนละดวง และทำให้บรรยากาศการเมืองอึมครึมต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่ออายุของรัฐบาลที่จะต้องสั้นลงอย่างไม่ต้องสงสัย