ด้านนายพายัพ ขอสงวนนามสกุล อายุ 56 ปี ปู่ของ ด.ญ.ส้ม (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตอนแรกที่รู้เรื่องก็รู้สึกตกใจและเครียดมาก ไม่คิดว่าเพื่อนบ้านรายนี้ซึ่งมีอายุมากถึง 72 ปี จะกล้าทำกับเด็กที่ยังไร้เดียงสาได้ลงคอ อีกทั้งหลานของตนเองก็เป็นเด็กพิเศษด้วย ครั้งแรกที่เกิดขึ้นหลานสาวถูกกระทำชำเราที่ร้านค้าในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนบ้านรายนี้ที่อยู่ห่างกับบ้านของตนเองไม่มมากนัก เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงปี 2563 ส่วนครั้งที่ 2 หลานสาวถูกล่อลวงไปกระทำชำเราที่โรงสีของชุมชน พอตนรู้เรื่องรู้สึกคับแค้นใจอยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเพื่อนบ้านรายนี้ยังพูดจาข่มขู่ว่าถ้าหลานสาวเอาเรื่องไปบอกกับคนอื่นจะฆ่าให้ตาย จนหลานสาวต้องหวาดกลัวและหวาดระแวงคนแปลกหน้าอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันตนต้องเลี้ยงดูหลานสาวเพียงลำพัง เพราะว่าพ่อเด็กเสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนแม่ของเด็กไปมีครอบครัวใหม่ หลังเกิดเหตุเพื่อนบ้านรายนี้เข้ามาพูดคุยเพื่อยื่นขอเสนอให้จบเรื่องแต่ตนเองไม่ยินยอม และขอให้ตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
เบื้องต้น นายอธิปไตย ไกรราช ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นจะดำเนินการตามขั้นตอนพร้อมจะขอข้อมูลจาก สภ.วังทอง มาประกอบกับคำร้องทุกข์ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากและเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมสอบถามเด็ก ไม่เช่นนั้นจะกระทบกับสภาพจิตใจของเด็ก ขอยืนยันพร้อมจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่อีกด้วย
โดย มงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี / พิษณุโลก