ในส่วนของประเทศไทย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 354 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) ในปี 2558 โดยมาจากแหล่งกำเนิด 4 แห่ง ได้แก่ ภาคพลังงาน ร้อยละ 71.65 ภาคเกษตร ร้อยละ 14.72 ภาคกระบวนการอุตสาหกรรม ร้อยละ 8.90 และภาคของเสีย ร้อยละ 4.73
นายจตุพร ยังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยตระหนักถึงภาวะโลกร้อน โดย ทส. จะส่งเสริมมาตรการเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียว เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ภาคเอกชน ประชาชน และชุมชน ปลูกไม้ยืนต้นให้มากขึ้นเพื่อเพิ่ศักยภาพในการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยจาก 90 เป็น 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เที่ยบเท่า ภายในปี 2579
นายจตุพรกล่าวอีกว่า ทส.จึงส่งเสริมมาตรการเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียว เพื่อลดภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ภาคเอกชน ประชาชน และชุมชน ปลูกไม้ยืนต้นให้มากขึ้น ทั้งนี้ ทส.ได้วางเป้าหมายในการเพิ่่มพื้นที่ป่าธรรมชาติ ร้อยละ 35 พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ร้อยละ 15 และพื้นที่สีเขียวในเมืองและชนบท ร้อยละ 5 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยจาก 90 เป็น 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซ์
ปลัด ทส. ยังกล่าวอีกว่า หากประเทศไทยสามารถเพิ่มพื้นทีสีเขียวได้ตามแผนที่วางไว้ จะสามารถเพิ่มปริมาณการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 178.04 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทำให้เป้าหมายการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินอยู่ที่ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ดังนั้น การดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้ จึงเป็นอีกมาตรการเสริมที่สำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศไทย ที่มุ่งดำเนินการตามความตกลงปารีส เพื่อลดโลกร้อน