รองโฆษกตร. แจง ความเคลื่อนไหว คดีความมั่นคง การเมือง จากการกระทำผิด ทำร้ายจนท. เผาทรัพย์ ดูหมิ่นอาฆาตสถาบัน ของม็อบ ทั้งใน กทม. - ตจว. มีการตรวจค้น จับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับ กว่า 20 ราย เตรียมขยายผลผู้เกี่ยวข้องต่อไป

วันที่ 17 กันยายน 2564 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รองโฆษก ตร.)  ชี้แจงถึงการปฏิบัติการตรวจค้น และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง การชุมนุมทางการเมืองและการก่อเหตุความไม่สงบพร้อมกันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด 

 

ในห้วงระหว่างวันที่ 13-17 ก.ย. 64  ตำรวจ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด ได้ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับในข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคง การชุมนุมทางการเมือง และการก่อเหตุความไม่สงบ เช่น การทำร้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ที่เข้าไปปฏิบัติงาน การจุดประทัดยักษ์ และระเบิดปิงปอง การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ การวางเพลิงเผารถตำรวจ และป้อมจราจร รวมถึงทำลายทรัพย์สินทางราชการอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่แยกดินแดงและพื้นที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในขณะนี้มีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับไปแล้วหลายรายจากทั้งหมดกว่า 20 ราย

 

โดยในพื้นที่กรุงเทพฯได้จับกุมตัวผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีวางเพลิง เผารถยกของตำรวจ สน.ดินแดง ซึ่งจอดไว้บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่สืบสวนได้จับกุมตัวผู้ต้องหา ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น พร้อมยึดของกลางในคดีไว้ด้วย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้วางเพลิงเผาซุ้มป้ายเฉลิมพระเกียรติ บริเวณหน้าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น และในพื้นที่ จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่สืบสวน ได้จับกุม ผู้ต้องหาในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้ร่วมกระทำผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ โดยผู้ต้องหาได้พ่นสี บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ซึ่งมีข้อความแสดงความหมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์

 

ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม จะส่งตัวไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนที่เหลือ ก็จะดำเนินการติดตามจับกุมและขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อไป