หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของอินโดนีเซีย บุกกวาดล้างสมาชิกเครือข่ายก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรงมากกว่า 100 คน ท่ามกลางความวิตกว่าจะเกิดเหตุวินาศกรรมในช่วงครบรอบ 20 ปี 9/11 และครบรอบ 19 ปี เหตุระเบิดโจมตีที่เกาะบาหลี

คอลัมน์ "This Week in Asia" ของสื่อฮ่องกง South China Morning Post รายงานอ้างเอกสารของทางการ อินโดนีเซีย ว่าหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย "Densus88" ได้จับกุมสมาชิก 123 คน ของ "เจมาห์ อิสลามิยาห์" (Jemaah Islamiyah) หรือ JI เครือข่ายก่อการร้ายแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับสมาชิกอีกหลายสิบคนของ "จามาห์ อันชารุต เดาละห์" (Jemaah Ansharut Daulah) หรือ JAD ที่ฝักใฝ่กลุ่ม ISIS ใน 10 จังหวัดด้วย โดยเกิดขึ้นสอดคล้องกับที่ญี่ปุ่นเตือนว่า 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสี่ยงที่จะโดนวินาศกรรมในช่วงครบรอบเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะ 20 ปี เหตุวินาศกรรมโจมตีสหรัฐฯ เมื่อ 11 กันยายน 2544 (9/11) โดยจำนวนผู้ที่ถูกจับรวมทั้ง อาบู รัสดาน วัย 61 ปี ที่เคยติดคุกเมื่อปี 2546 ในข้อหาให้ที่พักพิงแก่ "อาลี กูฟรอน" หรือ "มุคห์ลัส" มือระเบิดบาหลี เมื่อปี 2545 ที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไป 202 คน ซึ่ง มุคห์ลัส ถูกประหารชีวิตไปพร้อมกับน้องชายคือ "อัมโรซี" และสมาชิกอีกคนของ JI คือ อิหม่ามสมุทรา แต่ รัสดาน ได้รับการปล่อยตัวก่อนถูกจับครั้งล่าสุด 

 

อินโดนีเซียกลัวก่อการร้าย จับหัวรุนแรงกว่า 100

การกวาดล้างครั้งนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองของ อินโดนีเซีย ขยับมาตรการป้องกันและต่อต้านเครือข่ายก่อการร้าย หลัง ตาลีบัน ได้กลับไปครองอำนาจในอัฟกานิสถาน และการถอนทหารของสหรัฐฯ เมื่อ 31 สิงหาคม ซึ่งการที่ ตาลีบัน มีสายสัมพันธ์มายาวนานกับกลุ่มก่อการร้าย อัล-ไกดา ที่โยงใยกับ JI ให้เกิดความวิตกว่ากลุ่มก่อการร้ายจะฮึกเหิม และอาจวางแผนโจมตีในช่วงครบรอบ 9/11 และครบรอบ 19 ปี วินาศกรรมที่เกาะบาหลีในวันที่ 12 ตุลาคมนี้

 

ซึ่งเมื่อวันจันทร์กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ได้เตือนความเป็นไปได้ที่จะเกิด "เหตุการณ์ไม่สงบ" ในหลายประเทศ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าภัยที่ใกล้เข้ามาเป็นในรูปแบบใด และไม่ได้เปิดเผยแหล่งที่มา ส่วนประเทศที่อยู่ในรายชื่อ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทยและเมียนมา ซึ่งการโจมตีที่น่ากลัวที่สุดคือ "ระเบิดฆ่าตัวตาย" 

 

อินโดนีเซียกลัวก่อการร้าย จับหัวรุนแรงกว่า 100

กระทรวงความมั่นคงภายในของสิงคโปร์ เปิดเผยต่อ Channel NewsAsia ว่า รู้แต่ว่ายังไม่มีอันตรายที่เฉพาะเจาะจงหรือข่าวกรองที่เชื่อถือได้ ว่าผู้ก่อการร้ายกำลังจะโจมตีสิงคโปร์ เมื่อติดต่อไปที่ญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้รับรายละเอียดข่าวกรองที่ชัดเจน ด้านกระทรวงต่างประเทศมาเลเซียบอกว่า ได้รับคำเตือนและได้ส่งต่อให้หน่วยงานด้านความมั่นคง โดยบอกว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก และหน่วยงานด้านความมั่นคงกำลังประเมินสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง ส่วนของประเทศไทย คุณธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่าทางญี่ปุ่นไม่ได้เปิดเผยที่มาของคำเตือน และทางสถานทูตญี่ปุ่นก็ไม่ได้แจ้งรายละเอียดอื่น นอกจากระบุเพียงว่า "ไม่ได้เฉพาะเจาะจงที่ประเทศไทย" ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งว่าหน่วยความมั่นคงของไทยยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่นเดียวกับกระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ ที่บอกว่ายังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับระดับภัยคุกคาม และกระทรวงต่างประเทศอินโดนีเซีย ให้ความเห็นว่าการเตือนใดๆ เป็นการส่งถึงพลเมืองญี่ปุ่นในประเทศเหล่านี้