สำหรับแผนการการจัดการโควิด-19 ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขต่อจากนี้ ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ หรือภายในปลายเดือนกันยายนนี้ โดยได้วางไว้ 3 แนวทาง คือ 1. จัดตั้งทีมปฏิบัติการโควิดแบบบูรณาการเคลื่อนที่เร็ว หรือทีม CCRT ลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆ ทั่วทั้งเกาะภูเก็ต เพื่อค้นหาผู้ป่วยที่ยังหลงเหลือหรือตกค้างอยู่ในชุมชน โดยเฉพาะชุมชนแออัดที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เพื่อทำการตรวจคัดกรองหาผู้ป่วยเชิงรุกด้วยวิธี ATK หากพบผู้ป่วยจะให้ยาทันทีกรณีอาการไม่รุนแรง แต่หารุนแรงก็จะนำส่งรักษาในโรงพยาบาล โดยขอสนับสนุนทีมงานควบคุมโรคจากเขตสุขภาพ 11 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และพังงา มาช่วยเสริมทีมบุคลากรในพื้นที่
2.จัดตั้ง “คลินิกอุ่นใจ” ขึ้นที่หอประชุมศาลากลางหลังใหม่ ภายใน1-2 วัน เพื่อเป็นคลินิกให้คำปรึกษาปัญหาโควิดสำหรับผู้ที่มีความกังวลใจ ผู้ที่ต้องการยา และเป็นคลินิกแรกรับผู้ป่วยโควิด เพื่อคลายความกังวลใจของประชาชนชาวภูเก็ต โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจ ATK ด้วยตัวเองและพบว่ามีผลเป็นบวก เพื่อมาตรวจซ้ำก่อนจะเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป พร้อมกันนี้ก็จะเปิดสายด่วนออทไลน์ จำนวน 20 คู่สาย ได้แก่หมายเลข 076-254188-207 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเริ่มเปิดคู่สายตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนนี้เป็นต้นไป และ 3 การควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มก้อนใหญ่ๆ ขึ้นมาอีก โดยกรมควบคุมโรคได้ส่งทีมเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว ทั้งป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่เป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ เช่น โรงงาน ตลาดสด ชุมชนหนาแน่น เป็นต้น ด้วยการทำบับเบิ้ล แอนด์ ซีล ป้องกันการเกิดการแพร่ระบาดซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก
นายแพทย์พิทักษ์พล กล่าวว่าหากดำเนินการได้ตามแนวทางดังกล่าว รวมทั้งมาตรการทางสังคมที่ทางจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คาดว่าอีก 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดในภูเก็ตน่าที่จะดีขึ้นตามลำดับ และพร้อมที่จะรับนักท่องเที่ยวต่อไป
ขณะที่นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของภูเก็ตในการควบคุมการแพร่ระบาด และจากการการดำเนินมาตรการต่างๆ ทั้งทางด้านการแพทย์และสามาสุข รวมทั้งมาตรการทางสังคม คาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงตามลำดับ รวมปัญหาความกังวลเรื่องเตียง ซึ่งจากการเร่งจัดตั้ง Community Isolation ตามตำบลต่างๆ ทั้ง 3 อำเภอ รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ซึ่งมีจำนวนรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 คน เพื่อนำเตียงในโรงพยาบาลสนามมาพัฒนาเป็นเตียงสำหรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและแดง ทำให้ขณะนี้ความกังวลเรื่องเตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอหมดไป
ภาพ/ข่าว โดย:
สาลินี ปราบ จ.ภูเก็ต