ชาวบ้านให้กำลังใจ เอกภาพ พลซื่อ นายก อบจ.ร้อยเอ็ด หลัง กกต.เตรียมให้ใบแดงหาเสียงเข้าข่ายผิดกฎหมาย เชื่อมีเงื่อนงำ ด้านเจ้าตัวเตรียมฝ่ายกฎหมายสู้ให้ถึงที่สุดและยื่นร้อง ปปช.สอบพฤติกรรมน่าสงสัยของ กกต.

ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อย ได้มีตัวแทนชาวบ้านเดินทางมาให้กำลังใจนายเอกภาพ พลซื่อ นายก อบจ. ฯ หลังจากมีการให้ข่าวของ กกต.ร้อยเอ็ด ว่า นายเอกภาพ พลซื่อ ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ถูกร้องเรียนจากคู่แข่งว่ามีการปราศรัยเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง และเตรียมให้ใบแดง หลังจากที่ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนน 210,000 คะแนน ชนะคู่แข่ง นายมังกร ยนต์ตระกูล และดำรงตำแหน่งมาแล้ว 7 เดือน  

นายก อบจ.ร้อยเอ็ด เตรียมสู้เต็มที่ กกต.ให้ใบแดงมีเงื่อนงำ

นายเอกภาพ พลซื่อ ได้ชี้แจงกับประชาชนว่า ข่าวที่เกิดขึ้น มีข้อเท็จจริงจากการที่เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564 หนังสือพิมพ์”มติชนออนไลน์” ได้เสนอข่าวว่า มี กกต.คนหนึ่งให้ข่าวว่า  กกต.กลางมีมติ 3-4 ว่าจะประกาศให้ใบแดงแก่ตนเอง และมีการตรวจสอบไปก็ทราบว่าเป็นเรื่องที่มีการประชุมกันของ กกต.จริงโดยมีการประชุม กันทางซูม ของกลุ่ม กกต.6 คน มีมติว่าจะให้ใบแดงแก่ตนเองจากการร้องเรียนของคู่ต่อสู้ ว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จากการปราศรัย ที่เป็นการให้ร้าย ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับกรณณีการเลือกตั้ง นายก อบจ.เมื่อปี 2555 ที่นางรัชนี พลซื่อ ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายก อบจ.กับนายมังกร ยนต์ตระกูล โดยนายเอกภาพ พลซื่อปราศรัยหาเสียงว่า “ตนเองมีแนวโน้มจะชนะการเลือกตั้งแน่นอน ในการต่อสู่ครั้งนี้ แต่ที่เป็นห่วง คือห่วงว่าประวัติศาสตร์ จะซ้ำรอย ดังเช่นครั้งนั้น ที่ภรรยาของตน นางรัชนี พลซื่อ มีคะแนนนำมาโดยตลอด แต่ปรากฏว่าขณะรวมคะแนนเกิดไฟฟ้าดับและหลังจากไฟติด ปรากฏว่านางรัชนี พลซื่อ กลับกลายมาเป็นแพ้การเลือกตั้ง ดังนั้นในครั้งนี้ หากไฟฟ้าดับ ตนก็อาจจะแพ้อีก ดังนั้นตนเองปราศรัยว่าขอให้ประชาชนทุกคนช่วยจับตาอย่าให้มีเหตุการณณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เพื่อให้ตนเองได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายก อบจ.เพื่อช่วยเหลือพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ดังที่ตั้งใจ”  

นายก อบจ.ร้อยเอ็ด เตรียมสู้เต็มที่ กกต.ให้ใบแดงมีเงื่อนงำ

 

 
แต่ปรากฏว่าหลังจาก กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง และตนเองทำงานได้เพียง 7 เดือน กลับจะมาประกาศให้ใบแดง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง 
ซึ่งนายเอกภาพ พลซื่อ กล่าวว่า การให้ข่าวต่อหนังสือพิมพ์มติชนและประกาศของกกต.คนหนึ่ง มีเงื่อนงำที่ส่อว่าไม่ชอบธรรม ในหลายประเด็น คือการประชุมพิจารณาตัดสิทธิ์ตนครั้งนี้ เงื่อนงำคือเป็นการประชุมของ กกต.เพียง 6 คน เนื่องจาก กกต.คนหนึ่งเดินทางไปต่างประเทศ ยังไม่กลับมา ก็ประชุมกัน และที่สำคัญการประชุมก็ประชุมกันแบบออนไลน์ หรือประชุมแบบซูม แล้วลงมติกัน โดยไม่มีการบันทึกลายละเอียดแบบมีลายลักษณ์อักษร ไม่มีการลงนามเป็นหลักฐาน 
นอกจากนี้ตนทราบจากวงในว่า การลงมติของ กกต. 6 คน ได้คะแนน 3-3 แต่เงื่อนงำคือ เมื่อคะแนนเท่ากัน 3-3 ปรากฏว่ามีกกต.บางคน ลงคะแนนถึง 2 ครั้ง ทำให้มีผลคะแนนการให้ใบแดงตนเป็น 4-3 รวมแล้วเป็น 7 คะแนน ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้องแน่นอน ที่ กกต.6 คน กลับลงคะแนนได้ 4-3 แสดงได้ว่าไม่ชอบธรรมแน่นอน และที่สำคัญการลงมติทางซูม ยังไม่มีการลงนาม บันทึกและมีมติเป็นเอกฉันท์ และแจ้งให้ตนทราบ แต่กกต.คนหนึ่ง กลับไปให้ข่าวก่อน ซี่งตนเองถือว่าผิดระเบียบและขั้นตอน ของ กกต.แน่นอน 

นายก อบจ.ร้อยเอ็ด เตรียมสู้เต็มที่ กกต.ให้ใบแดงมีเงื่อนงำ

นายก อบจ.ร้อยเอ็ด เตรียมสู้เต็มที่ กกต.ให้ใบแดงมีเงื่อนงำ


 

เรื่องสำคัญเช่นนี้ กลับไม่รอ กกต.อีกคนที่อยู่ต่างประเทศกลับมาก่อนก็ถือว่าผิดปกติ  ชี้แจงกับประชาชนว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับการที่ตนเองมาจากการเลือกตั้ง ชนะคู่ต่อสู้ด้วยคะคะแนนกว่า 2 แสนคะแนน แต่กลับจากถูกทำลายตัดสิทธิ์ด้วย กกต.เพียง 3 คน แต่ลงคะแนนซ้ำซ้อน มาทำลายความชอบธรรมแห่งตำแหน่งที่มาจากประชาชน ตนรับไม่ได้ และถามประชาชนที่เลือกตนเองมาว่า จะยอมรับกับการที่นายก อบจ.ที่เลือกมาจะถูกทำลายจาก กกต.เพียงไม่กี่คนหรือไม่  หากประชนรับได้ ตนเองก็จะยอมรับ 
ซึ่งเรื่องนี้ตนเองได้มอบหมายแต่งตั้งตัวแทนฝ่ายกฎหมาย ลงไปยื่นคัดค้านกับกับ กกต.แล้ว ให้ตอบข้อเท็จจริง มาเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ หรือถูกต้องหรือไม่ พร้อมกันนั้นก็จะทำเรื่องอุทรณ์ยังศาล และร้องไปยัง ปปช.ให้ตรวจสอบ ความไม่ถูกต้องของพฤติกรรมดังกล่าวด้วย 
ในขณะที่ชาวบ้าน ที่เดินทางมาต่างแสดงความไม่เห็นด้วย ของการจะตัดสิทธิ์ ให้ใบแดง นายเอกภาพ พลซื่อ ที่ตนเองลงคะแนนเลือกเข้ามาด้วยความมั่นใจว่า จะเข้าทำหน้าที่ช่วยเหลือ แก้ปัญหาทุกด้านให้กับพวกตน ที่มีปัญหามากมาย ทั้งปัญหาถนนหนทาง ปัญหาความเป็นอยู่พื้นฐาน ปัญหาด้านผลกระทบจากภัยแล้ง และภัยธรรมชาติมากมาย  ซึ่ง 6-7 เดือนที่นายเอกภาพ พลซื่อ เข้ามาทำหน้าที่ ได้เดินหน้าแก้ปัญหามากมาย หลังจากที่ถูกเมินด้านการแก้ปัญหาพื้นฐานมานานนับเป็นเวลากว่า 10 ปี  แต่พอเริ่มทำงาน ก็จะถูกตัดสิทธิ์ให้ใบแดง พวกตนล้วนไม่เห็นด้วย 
ที่สำคัญคือรับไม่ได้กับการกลั่นแกล้งร้องเรียนกันแบบนี้ ผิดปกติวิสัย ของนักการเมืองท้องถิ่น ที่ขาดจิตสำนึกของการเป็นนักการเมืองที่ดี เมื่อแพ้เลือกตั้งก็น่าจะเปิดโอกาส ให้ผู้ชนะ ได้เข้ามาทำหน้าที่  และให้โอกาสเขาของลองพัฒนาดูบ้างสัก 4 ปี หากมั่นใจว่าจะทำได้ดีกว่า อีก 4 ปี ค่อยเสนอตัวมาใหม่ ไม่ใช่มาหาเรื่องร้องเรียนกลั่นแกล้งกันแบบนี้  

นายก อบจ.ร้อยเอ็ด เตรียมสู้เต็มที่ กกต.ให้ใบแดงมีเงื่อนงำ

โดย - ธวัชชัย กฤตยาวรกุล