ตรัง - สอบสามีเฝ้าเมียตายติดเตียง 1 คืน 1 วัน ก่อนนำศพไปฝังดินโดยไม่บอกใคร อ้างกลัวโควิดไม่อยากรบกวนใคร ให้การวกวนอ้างวิญญาณเมียเฮี้ยนตามหลอกหลอน ก่อนเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องลุยตรวจสอบ ด้่นตร.ด่วนสรุปฟันตายเองธรรมชาติ ทั้งที่ไม่มีการชันสูตรพลิกศพ

13 กันยายน 2564 เมื่อเวลา 17.00 น. ของ วันที่ 12 ก.ย. 64 ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ คำนึง รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุจากผู้นำชุมชน ว่าได้มีลูกบ้านซึ่งเป็นสามี ทำการฝังศพภรรยา หลังจากเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ รวมทั้งชาวบ้านเกรงว่าจะติดเชื้อโควิด-19  ภายในสวนยางพารา พื้นที่บ้านคลองลำชะ หมู่ 6 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ผู้นำชุมชน

เค้นสอบผัวฝังศพเมีย อ้างวิญญาณเมียหลอนจึงแจ้งจนท.

ถึงที่เกิดเหตุภายในสวนยางพารา  ห่างจากถนนคอนกรีตประมาณ 500 เมตร ซึ่งมีกงสี หรือที่พักคนงานตามภาษาใต้ จำนวน 1 หลัง ปลูกติดเรียงกันจำนวน 3 คูหา เป็นที่พักของ นายมิตร สุกเลื้อง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 6 ต.ปะเหลียน อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ผู้เป็นสามี พักอาศัยอยู่กับ นางถนอม ภักดี อายุประมาณ  38- 40 ปี ภรรยา แต่ไม่พบนายมิตร อยู่ภายในกงสีดังกล่าวแต่อย่างได
 

เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบพื้นดิน ห่างจากกงสีไปประมาณ 30 เมตร มีร่องรอยการขุดหลุมแล้งฝังกลบศพของ นางถนอม ภักดี ลักษณะหลุมถูกขุดด้วยจอบด้ามสั้น ขนาดความกว้างประมาณ  0.8 เมตร ยาวประมาณ 1.2 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ภายในกงสี พบภายในโล่ง มีเสื้อผ้า และที่นอนเก่า บริเวณด้านหลังที่พักคนงาน พบจอบมีรอยเปื้อน รวมทั้งเศษดินติดอยู่  ติดกันยังพบถุงมือผ้า คาดว่าน่าจะเป็นของสามีที่ใช้สวมในการขุดหลุมฝังศพ 

เค้นสอบผัวฝังศพเมีย อ้างวิญญาณเมียหลอนจึงแจ้งจนท.

ขณะเดียวกันนายมิตร ผู้เป็นสามี ได้เดินทางกลับมาจาก สภ.บ้านหนองเอื้อง เล่าว่า ตนเองอยู่กินกับภรรยา มาหลายปีแล้ว เคยเลิกรากันไปหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะกลับมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกครั้ง และมารับจ้างกรีดยางพาราอาศัยอยู่ที่กงสี ของนายจ้างแห่งนี้มาเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี จนกระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาภรรยาตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันปกพร่อง (เอดส์) และต่อมาประมาณ 5-6 เดือนที่ผ่านมา  ภรรยาเป็นผู้ป่วยติดเตียง จนอาการมาทรุดหนักขึ้นเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ร่างกายซูบโทรม ผอมแห้ง เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

เค้นสอบผัวฝังศพเมีย อ้างวิญญาณเมียหลอนจึงแจ้งจนท.

นายมิตร เล่าต่อว่า จนกระทั่งเมื่อวันพุธ ที่ 8 ก.ย. เวลาประมาณ 05.00 น. ที่ผ่านมา ภรรยาได้สิ้นลมหายใจ ตนจึงได้นำผ้าห่มคลุมร่างภรรยาไว้ พร้อมทั้งนั่งเฝ้าร่างที่ไร้ลมหายใจ 1 วัน 1 คืน เพราะมีความเชื่อว่า คนตายวันพุธ ไม่ควรที่จะฝังศพหรือทำการฌาปนกิจ ทั้งกลัวโควิด และไม่อยากรบกวนใคร จนกระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 9 ก.ย. ได้ทำการแบกร่างของภรรยาที่ห่อด้วยมุ้ง ผ้าห่ม และผ้าใบพลาสติก ไปฝังไว้ข้างกงสีในจุดดังกล่าว ปรากฏว่ากลางดึกคืนวันเดียวกันหลังจากฝั่งศพปรากฏว่าตนเห็นดวงไฟสีเขียว โผล่ขึ้นมาจากหลุดฝังศพ ลักษณะแสงจ้าสว่างเคลื่อนที่มาอยู่ใกล้กับตัวของตนเอง จึงได้ภาวนาว่าจะไปทำบุญส่งไปให้ แสงดังกล่าวก็หายไป
 

นายมิตรเล่าต่อไปว่า ต่อมาวันที่ 10 ก.ย. ตนได้ได้เดินทางไปวัดโคกมะขาม เพื่อทำบุญโดยนำข้าว แกง น้ำไปถวายแด่ พระเสนอ วรธมฺโม เจ้าอาวาส พร้อมบอกเล่าถึงการตายของภรรยาและเห็นดวงไฟ ทางเจ้าอาวาสได้แนะนำให้ตนไปแจ้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ส.อบต.เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือและทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

เค้นสอบผัวฝังศพเมีย อ้างวิญญาณเมียหลอนจึงแจ้งจนท.

ด้าน ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ คำนึง รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านหนองเอื้อง เปิดเผยว่า สามีของผู้ตาย ได้เดินทางมาขอแจ้งความถึงการตายและฝังศพภรรยาในวันนี้ 12 ก.ย. ขณะเดียวกันที่ได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชน จากการสอบปากคำเบื้องต้น และการลงไปดูที่เกิดเหตุ รวมทั้งสอบถามพยานแวดล้อมก็ทราบว่าผู้ตายป่วยติดเตียงเสียชีวิตลงสามีได้ฝังศพภรรยา ซึ่งเป็นการตายตามธรรมชาติ แต่สามีดำเนินการไม่ถูกต้อง จากการสอบถาม อสม.ในพื้นที่ ทราบว่าภรรยาเป็นผู้ป่วยติดเตียง  และผู้ตายก็น่าจะไม่ได้ตายเพราะโควิด-19 แต่อย่างใด

เค้นสอบผัวฝังศพเมีย อ้างวิญญาณเมียหลอนจึงแจ้งจนท.

อย่างไรก็ตามสามีผู้ตายยังให้การวกวน ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวาว่าผู้ตายจะติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ หรือสามีติดเชื้อด้วยหรือไม่ รวมทั้งเป็นที่สังเกคุของชาวบ้าน ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงไม่มีการดำเนินการเป็นคดีชันสูจน์พลิกศพ หรือเรียกสามีไปเค้นสอบสวน รวมทั้งมีการยืนยันการเสียชีวิตของผู้ตายโดยทันทีว่าเสียชีวิตโดยธรรมชาติ ทั้งที่ไม่มีผลชันสูจน์ยืนยันจากแพทย์ ว่าเสียชีวิตเองโดยธรรมชาติ หรือเป็นการฆาตกรรม หรือเสียชีวิตจากสาเหตุได อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานญาติผู้เสียชีวิตเพื่อสอบถามถึงการติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่ ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

ภาพ/ข่าว โดย:
ถนอมศักดิ์  หนูนุ่ม จ.ตรัง