ชาวบ้านเขาย้อยสุดทน ร้องศูนย์ดำรงธรรมเอาผิดกับผู้บริหารโรงงาน ฝ่าผืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้แรงงานต่างด้าวทำเกินเวลา เดินเพ่นพ่านข้างนอกยามวิกาลเย้ยเคอร์ฟิว 

7 กันยายน 2564 ชาวชุมชนหนองส้ม และชุมชนสระพัง ต.สระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี กว่า 80 คน นำโดย นายณรงค์ คุ้มสกุล เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี เพื่อยื่นหนังสือต่อนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้บริหารของโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สระพัง อ.เขาย้อย ที่ได้ฝ่าฝืนข้อกำหนดของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และคำสั่งจังหวัดเพชรบุรี โดยให้พนักงานต่างด้าวหลายพันคนทำงานล่วงเวลาและปล่อยให้เดินทางออกจากโรงงานหลังเวลา 21.00 น. และเวลา 23.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาประกาศเคอร์ฟิว
 

นายณรงค์ กล่าวว่า เนื่องด้วยช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานทั้งชาวไทยและชาวต่างด้าวภายในโรงงานแห่งหนึ่งใน ตงสระพัง อ.เขาย้อย โดยเป็นผู้ป่วยยืนยันผลรวมทั้งหมดกว่า 5,000 คน ซึ่งถือเป็นคลัสเตอร์โควิดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย และต่อมาในเดือนสิงหาคม สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นในทั่วประเทศ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ศบค.มีคำสั่งกำหนดให้ จ.เพชรบุรี เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และกำหนดมาตรการให้ลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทางและห้ามออกนอกเคหะสถานในระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. เพื่อควบคุมมิให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564

ร้องโรงงานฝ่าผืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินทำโอทีเกินเคอร์ฟิว

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโรงงานได้ฝ่าฝืนของกำหนดของ ศบค. เนื่องจากผู้บริหารของบริษัทดังกล่าวรู้เห็นเป็นใจและยินยอมให้พนักงานซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวหลายพันคนทำงานล่วงเวลาและปล่อยให้เดินทางออกจากโรงงานภายหลังเวลา 21.00 น. และเวลา 23.00 น. โดยเกินเวลาที่ ศบค.กำหนดไว้

 

และแรงงานกลุ่มดังกล่าวขาดความระมัดระวังตนเอง เดินกระจัดกระจายและมีการเดินเกาะกลุ่มพูดคุยกันอยู่บริเวณนอกโรงงาน ทำให้ประชาชนในชุมชนหนองส้มและชุมชนสระพังหวาดกลัวเกรงว่าจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนเกิดคลัสเตอร์ใหญ่อีกครั้งหนึ่งและเป็นอันตรายร้ายแรงต่อคนในชุมชน

 

การกระทำของผู้บริหารโรงงานดังกล่าว นอกจากเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแล้วยังไม่ให้ความร่วมมือกับมาตรการของรัฐบาล รวมทั้งเป็นการไม่รับผิดชอบต่อสังคมโดยส่วนรวมคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลกระทบต่อประชาชน หากมีการปล่อยปละละเลยให้ผู้บริหารโรงงานดังกล่าวยังคงกระทำอยู่อย่างต่อเนื่องโดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย การควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของ ศบค.ก็มิอาจสัมฤทธิผลอย่างรวดเร็วได้ จึงขอให้จังหวัดเพชรบุรี ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบและใช้กฎหมายกับผู้บริหารของโรงงานอย่างโดยเร็ว

ร้องโรงงานฝ่าผืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินทำโอทีเกินเคอร์ฟิว

ทั้งนี้ ชาวบ้านได้มอบคลิปวีดีโอระหว่างการเลิกทำงานของพนักงานบริษัทแคลคอมพ์ อีเล็กโทรนิกส์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี โดยภาพนี้เป็นภาพที่ชาวบ้านรอบโรงงานได้ทำการบันทึกและร้องเรียนเข้ามาที่สื่อมวลชนรวมทั้งเป็นหลักฐานร้องเรียนไปยัง สถานีตำรวจภูธรเขาย้อย และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรีว่า ทางโรงงานดังกล่าวได้จัดให้มีการทำงานล่วงเวลา และเลิกงานเวลา 21.00 น. และ 23.00 น. โดยปล่อยให้พนักงานซึ่งมีจำนวนนับพันคน เดินกลับที่พักอันเป็นเวลาที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดเคอร์ฟิว (21.00 – 04.00 น.) ซึ่งในภาพ นอกเหนือจากคนงานที่เดินขวักไขว่ในพื้นที่ ก็ยังมีร้านค้าที่เปิดขายสินค้าให้พนักงานเหล่านี้อีกด้วย