อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณะสุข ยืนยัน การจัดซื้อวัคซีนในไทยไม่มีเงินทอนอย่างแน่นอน นอกจากนี้วัคซีนทุกชนิดที่ใช้ในประเทศไทยมีประสิทธิผล สามารถป้องกันการเจ็บป่วยที่รุนแรงและเสียชีวิตได้ วอนประชาชนคนไทยอย่าด้อยค่าวัคซีน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

4 กันยายน 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19ว่า วันนี้ผู้ติดเชื้อยังอยู่ในช่วงขาขึ้น มีรายงานผู้ติดเชื้อในรอบ 24 ชั่วโมง จำนวน 633,846 คน ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 220,616,345 คน และขณะนี้มีประเทศที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากคือประเทศสหรัฐอเมริกา  วันนี้มีรายงานในรอบ 24 ชั่วโมง จำนวน กว่า 182,593คน ผู้เสียชีวิตวันเดียวจำนวน1,512คน ถึงแม้จะเป็นประเทศที่มีการฉีดวัคซีนจำนวนมาก แต่หากไม่มีมาตรการการป้องกันการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง ก็จะควบคุมสถานการณ์ได้ยาก ขณะที่ผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ 4,566,961 คน ส่วนการระบาดยังอยู่ที่ประเทศอินเดีย บลาซิล ยุโรป 

 

สำหรับประเทศไทยวันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อจำนวน 15,942 คน ผู้เสียชีวิต 257คน ถ้าหากดูแนวโน้มผู้ติดเชื้อมีจำนวนน้อยลง โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาในต่างจังหวัดตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มน้อยลง โดยเฉพาะภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนการระบาดยังอยู่ที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง และบางจังหวัดของภาคใต้ การจัดระบบเฝ้าระวัง การสอบสวนโรค การค้นหาผู้ป่วย ยังเป็นมาตรการที่สำคัญ

นอกจากนี้ อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังกล่าวถึงประเด็นการจัดซื้อจัดหาวัคซีนโดยยืนยันว่า กระทรวงสาธารณะสุขไม่มีเรื่องเงินทอนของวัคซีน ซึ่งวัคซีนมีทั้งหมด 3 ชนิดหลักๆ คือ วัคซีนเชื้อตาย //วัคซีนชนิดMRNA // และวัคซีนชนิดไวรัลเวคเตอร์ โดยวัคซีนเชื้อตายซิโนแวคทางกระทรวงสาธารณะสุขได้จัดหามาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์2564 ราคาวัคซีน 17 เหรียญ ปัจจุบันนี้หลังจากที่มีการซื้อเป็นจำนวนมาก และความต้องการในการฉีดยังมีและตลาดเปิดกว้างขึ้นปัจจุบันองค์การเภสัชได้แถลงราคาในปัจจุบันอยู่ที่ 9 เหรียญ ถ้าเทียบกับวัคซีนชนิดเดียวกันเชื้อตายจะเห็นว่าราคาถูกกว่า มากกว่า 50 เปอร์เซ็น โดยยืนยันไม่มีเงินทอนอย่างแน่นอน ส่วนวัคซีนไฟเซอร์เป็นวัคซีนชนิด MRNA ถ้าเทียบกับอีกบริษัทหนึ่งจะเห็นว่าราคาทางกระทรวงสาธารณะสุขจัดหาจัดซื้อถูกกว่า50 เปอร์เซ็นเช่นเดียวกัน สำหรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าที่ได้ทำสัญญาจองล่วงหน้าเป็นเวลานานราคาที่ใช้ไปเป็นเงินของประชาชนก็ถูกกว่าวัคซีนทุกชนิดที่จัดหาได้

 

อีกมาตรการที่สำคัญคือเรื่องการฉีดวัคซีนในประเทศไทย ฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวน 35,218,164 โดส และในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ฉีดเพิ่มขึ้นจำนวน 925,627 โดส คนไทยได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มแล้วจำนวน 24,918,054 คน หรือร้อยละ 34.6 ส่วนจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2เข็ม จำนวน 9,698,842 คน หรือร้อยละ 13.5 สำหรับกลุ่มเป้าที่ให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนมากที่สุด คือกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ขณะนี้ฉีดไปแล้วกว่า 5 ล้านคน ขณะนี้ฉีดไปแล้ว35ล้านโดส ยังไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน ส่วนมาตรการอื่นๆยังคงขอความร่วมมือกับประชาชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด

ส่วนเรื่องการทำสัญญาวัคซีน ในปัจจุบันถึงแม้วัคซีนจะมีจำนวนมาก แต่ตลาดยังเป็นของผู้ขายและผู้ผลิตอยู่ เพราะความต้องการวัคซีนทั่วโลกมีมาก การทำสัญญากับแอสตร้าเซเนก้าทำตั้งแต่กลางปี 2563 ตั้งแต่ยังทำวิจัยไม่เสร็จ แต่เมื่อเห็นแนวโน้มว่าวิจัยใกล้เสร็จ จึงได้เร่งทำสัญญาการซื้อล่วงหน้า ดังนั้นการลงนามในสัญญาจึงไม่ใช่การลงนามในสัญญาปกติ เพราะการระบาดเชื้อไวรัสครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ แต่ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติทางกระทรวงจะไม่ลงนามอย่างแน่นอน โดยเฉพาะระเบียบและกฎหมายในไทย ทั้งนี้การลงนามวัคซีนทุกชนิดจะมีข้อกำหนดทุกครั้งจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลในสัญญาจนกว่าทางบริษัทจะได้รับการยินยอม แต่ทางกระทรวงจำเป็นจะต้องลงนามในสัญญา เพราะไม่เช่นนั้นจนถึงวันนี้ที่สามารถฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าได้มากกว่า 15 ล้านโดส และในภาพรวมคนไทยได้ฉีดไปแล้ว 35 ล้านโดส คงทำไม่ได้ ถ้าวันนั้นไม่ได้ลงนามในสัญญา แต่ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเฉพาะพรบ.ความมั่นคงด้านวัคซีนที่มีการเปิดช่องให้สามารถกระทำได้ รวมถึงตัวสัญญาได้ปรึกษาทางอัยการสูงสุด รวมทั้งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบ การของบประมาณก็มีการใช้งบประมาณที่เป็นงบกลางจากคณะรัฐมนตรีงบเงินกู้ เพราะฉะนั้นการซื้อและการขออนุมัติต้องผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรี ในปัจจุบันแอสตร้าเซเนก้าทางCEO ทำหนังสือแสดงความมุ่งมั่นถึงนายกรัฐมนตรีที่จะส่งมอบวัคซีนที่ได้ทำสัญญาจองไว้ 61 ล้านโดสในปีนี้เป็นไปตามที่คาดหวัง และโรงงานที่ผลิตในประเทศไทยมีประสิทธิภาพการผลิตและขณะนี้การผลิตเป็นไปด้วยดีและผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ และสัญญาไฟเซอร์มีการเจรจามาตั้งแต่กลางปี 2563 ก็จะเป็นสัญญาที่ไม่ปกติ และจำเป็นต้องลงนามในสัญญา และคณะรัฐมนตรีก็ผ่านความเห็นชอบ ซึ่งจองไปทั้งหมด 30 ล้านโดส และได้รับการแจ้งว่าจะส่งมอบวัคซีน ให้ตามสัญญา ก็คือไตรมาส4 ของปีนี้ ขณะที่ซิโนแวค วันนี้สถานทูตจีนได้ออกแถลงการณ์ในเฟซบุ๊ค ในช่วงที่ประเทศไทยที่ต้องการวัคซีนเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา ประเทศจีนช่วยไทย จนทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ที่มีการระบาดได้ โดยยืนยันว่าประเทศจีนต่อต้านการคอรัปชั่นเช่นเดียวกันหลายประเทศที่ผลิตวัคซีน

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด