นายชัยวุฒิ ยังชี้แจงข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้เฟคนิวส์ หรือการต่อต้านข่าวปลอมเป็นเครื่องมือในการทำลายทางการเมือง ว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่ตนต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รักษาความสงบสุขความเป็นระเบียบในการใช้คอมพิวเตอร์ แต่โซเชียลมีเดีย เต็มไปด้วยสิ่งที่ผิดกฎหมาย เราควบคุมมันไม่ได้เพราะเป็นแพคฟอร์มต่างชาติบ้าง มีอวตารบ้าง มีตัวปลอมเต็มไปหมด เราจึงมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อควบคุมกำกับดูแลไม่ดีคนที่เอาผิดคนไม่ดี
โดยกระบวนการปิดกั้นไม่ใช่อำนาจของกระทรวง 100% แค่ติดตามแล้วไปยื่นคำร้องขอต่อศาล เพื่อระงับการปิดกั้นหรือบล็อกไม่ให้โพสต์เหล่านั้นได้แชร์ต่อไป เมื่อศาลมีคำสั่งระงับก็จะนำคำสั่งศาลไปแจ้งให้ผู้บริการอินเตอร์เน็ตดำเนินการปิดกั้นต่อไป ซึ่งคำสั่งศาลที่ผ่านมาพบว่า เป็นเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ 556 URL , ลามกอนาจาร 13,213 URL , พนันออนไลน์ 16,741 URL และหมิ่นสถาบัน เยอะที่สุด 2,656,217 URL รวมแล้ว 2,997,227 URL
นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชิญชวนมาร่วมการชุมนุม ยุงยงปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง และความรุนแรงในสังคม ในส่วนของฝ่ายการเมือง ก็ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะนำเฟคนิวส์ หรือ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาใช้ดำเนินคดีหรือเป็นเครื่องมือทางการเมืองตามที่ถูกกล่าวหา แต่หลายครั้งก็มีเฟสนิวส์มาจากโซเชียลมีเดียของพรรคการเมืองหรือนักการเมือง จึงขอยืนยันว่า ไม่มีเจตนาใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะดำเนินคดีไปเพียงแค่ 2 คน ทั้งที่จริงมีมากกว่านั้น
อยากให้ทุกคนเข้าใจในการเข้ามาทำหน้าที่รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ คือการปกป้องรักษาสถาบันหลักของชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ เพราะวันนี้สถาบันหลักของชาติกำลังถูกบ่อนทำลายโดยการใช้โซเชียลมีเดีย