โควิดคลัสเตอร์เรือนจำอุดรยังขึ้นพบติดเชื้อเพิ่ม 23 ทำให้มียอดสะสม 290 ราย ส่วนคลัสเตอร์อื่นๆ เริ่มเบาบาง ยังต้องเฝ้าระวังหลังศบค.ผ่อนคลายมีการเดินทางเข้าพื้นที่มากขึ้น

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 กันยายน 2564 นายอุเทน หาแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุข (สสจ.) อุดรธานี พ.ญ.พัชริดา กลิ่นพะยอม อายุรแพทย์ รพ.ศูนย์อุดรธานี ร่วมแถลงสถานการณ์โควิด-19 พื้นที่อุดรธานี ว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 61 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 46 ราย ติดเชื้อจากพื้นที่เสี่ยงสูง 15 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 9,742 ราย รักษาหายกลับบ้าน 143 ราย มีผู้ป่วยเหลือรักษาอยู่เพียง 729 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวม 81 ราย ขณะผู้ติดเชื้อในเรือนจำกลางอุดรธานีเพิ่ม 23 ราย ยอดสะสม 290 ราย 
นายอุเทน หาแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุข (สสจ.) อุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานียังคงเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือพื้นที่สีแดงมีการระบาดภายในค่อนข้างมากสถานการณ์ยังทรงตัว ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อขึ้นๆลงๆ บางวันก็ต่ำกว่าร้อย บางวันก็มากกว่าร้อย แต่ตัวเลขของผู้ที่รักษาหายกลับบ้านได้ก็สูงขึ้นเช่นกันซึ่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้นมาก ทำให้ผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ก็ลดลงมา สำหรับการตรวจหาเชื้อภายในจังหวัดเราทำกันอย่างเข้มข้น ยังคงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในทุกจุดที่มีการตั้งจุดตรวจ  
 

“ขณะที่สถานการณ์ของพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับอุดรธานีหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการของ ศบค. ก็มีประชาชนเดินทางเข้าพื้นที่อุดรธานีเพิ่มขึ้นเช่นกัน เมื่อวานนี้มีผู้มารายงานตัว 144 รายให้กักตัวที่บ้าน 75 ราย ส่งเข้าสถานที่กักตัว 69 ราย และมีผู้กักตัวครบ 14 วัน สามารถกลับบ้านได้ 123 ราย ภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่ 28 มิ.ย. – 2 ก.ย. มีผู้กักตัวรวม 17,684 ราย รวมแล้วยังคงมีผู้กักตัวปัจจุบัน 4,355 ราย แบ่งเป็น HQ 2,695 ราย LQ 1,660 ราย โดยมียอดเตียงใน LQ คงเหลือ 3,195 เตียง” 
นายอุเทน หาแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุข (สสจ.) อุดรธานี ตอบข้อซักถามว่า การระบาดในคลัสเตอร์ต่าง ๆ ก็พบว่ามีเพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างล่าสุดเป็นคลัสเตอร์คนงานปรับปรุงศูนย์พักคอยที่ อ.โนนสะอาด จุดนี้พบผู้ติดเชื้อไป 8 ราย แต่คลัสเตอร์ใหญ่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าคือคนงานก่อสร้างโรงพยาบาลมีแนวโน้มดีขึ้น เมื่อวานนี้ผลการตรวจหาเชื้อไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น  
 

ส่วนคลัสเตอร์เรือนจำกลางอุดรธานีที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นนั้น ทางสาธารณสุขได้ส่งบุคลากรเข้าไปช่วยเหลือตามแนวทางของเรือนจำ บางส่วนได้มีการนำออกมารักษาที่ รพ.อุดรธานี แล้วก็ยังมีการติดเชื้อไปยังผู้คุมด้วย ซึ่งยังไม่สามารถหาที่มาที่ไปของต้นตอได้ แต่เชื่อว่าทั้งหมดนั้นสามารถควบคุมไว้ในวงจำกัด เพราะภายในเรือนจำมีความเข้มงวดอยู่แล้ว ในส่วนผู้ต้องขังที่จะเข้าไปใหม่ในเรือนจำจ้องมีการกักตัว 21 วัน และตรวจหาเชื้อตั้งแต่วันแรกที่เข้าไป แล้วก็หลังจากครบกักตัวก็จะต้องตรวจหาเชื้ออีกครั้ง ซึ่งเป็นมาตรการที่มีมาก่อนหน้านี้แล้ว 
พ.ญ.พัชริดา กลิ่นพะยอม อายุรแพทย์ รพ.ศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า ตอนนี้มีผู้ป่วยในศูนย์มรกต 245 ราย รพ.ศูนย์อุดรธานี 170 ราย มีผู้ป่วยภาวะวิกฤติ 31 ราย ใช้ท่อช่วยหายใจ 10 ราย ตัวเลขการใช้ท่อช่วยหายใจดีขึ้น ทั้งที่มีอาการดีขึ้น และมีผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยเช่นกัน ส่งผลให้มีเตียงที่จะดูแลผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผู้ป่วยที่ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำมี 25 ราย รวมทั้งหมดที่ต้องใช้ออกซิเจน 65 ราย โดยในนี้รวมผู้ป่วยหนักที่มาจากเรือนจำกลางอุดรธานี 8 ราย ส่วนผู้ป่วยเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น 1 ราย เป็นหญิงอายุ 57 ปี ชาว อ.เมือง มีโรคไขมันในเลือดสูงไม่ได้รับวัคซีน เดินทางกลับจากบางพลี วันที่ 27 ก.ค. รักษาตัวที่ รพ.กู่แก้ว วันที่ 5 ส.ค.ส่งตัว รพ.หนองหาน วันที่ 8 ส.ค. ส่งตัว รพ.อุดรธานี อาการไม่ดีขึ้น มีภาวะแทรกซ้อน เสียชีวิตเมื่อเวลา 9.43 น. วันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา 

โดย - เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์