ไม่กี่วันก่อนมีข่าวครึกโครมว่า "จ้าว เหว่ย" นักแสดงชื่อดังและมีฐานะระดับ "เศรษฐีนี" ถูกลบชื่อและผลงานออกจากเว็บไซต์สตรีมมิ่งและโซเชียลมีเดียล่าสุด สื่อของทางการจีนได้ให้คำตอบในเรื่องนี้ว่า นี่คือมาตรการกำจัด "เนื้องอกในสังคม" ของรัฐบาล

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

สื่อที่อยู่ในความควบคุมของรัฐบาลจีนได้ยกย่อง "การทำสงครามกับเหล่าเซเลบและทุนนิยม" ที่พุ่งเป้าเล่นงานบุคคลในวงการบันเทิงที่ถูกเรียกว่า "เนื้องอกในสังคม" ที่เป็นการ "กลับคืนสู่ภารกิจเดิมของพรรคคอมมิวนิสต์" หลังมีรายงานว่า จ้าว เหว่ย นักแสดงหญิงวัย 45 ปี ที่มีฐานะระดับเศรษฐีนีถูก "ลบออกจากอินเตอร์เน็ต" โดยผลงานทั้งหนังและละครโทรทัศน์ที่เธอแสดงหรือกำกับ ถูกลบออกจากเว่ยป๋อ, เทนเซ็นต์ วีดีโอ, อ้ายฉีอี้ และโยวคู่ ชื่อของเธอยังหายไปจากการสืบค้นบนเว็บไซต์หลักของจีนด้วย และถูกจับสังเกตได้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา 

 

ภาพ : FB/Vicki Zhao Wei

 

ภาพ : FB/Vicki Zhao Wei

 

ภาพ : Reuters

นอกจาก จ้าวเหว่ย แล้ว ยังมีนักแสดงสาว เจิ้งส่วง วัย 30 ปี ที่ถูกลงโทษปรับ 46 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ฐานเลี่ยงภาษี กับป็อปสตาร์สัญชาติจีน-แคนาดา คริส วู ที่เพิ่งถูกจับในคดีข่มขืนเมื่อเดือนที่แล้ว และนับเป็นการลงดาบต่อเหล่าเซเลบล่าสุด หลังจาก แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ "อาลีบาบา" หายตัวไป 3 เดือน ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการที่เขาเรียกร้องให้ "ปฏิรูปเศรษฐกิจ" ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเขา รวมทั้ง "Ant Group" ถูกระงับการขายหุ้น IPO และถูกสั่งปรับโครงสร้างใหม่ แต่ก่อน แจ็ค หม่า ก็ยังมี ฟ่าน ปิงปิง ดาวค้างฟ้าที่เจอข้อหาเลี่ยงภาษี ทำให้เธอถูกปรับเงินมหาศาลราว 883 ล้านหยวน (4,000 ล้านบาท) ส่วนหนึ่งเป็นภาษีย้อนหลังกับค่าปรับ ทำให้ปี 2563 เป็นปีที่อื้อฉาวที่สุดของเธอ แต่ตอนนี้เธอกลับมารับงานได้แล้วแต่ก็ไม่เปรี้ยงเหมือนเดิม 

 

ภาพ : Reuters

 

จีนลุยปราบเซเลบดัง "เนื้องอกในสังคม"

 

จีนลุยปราบเซเลบดัง "เนื้องอกในสังคม"

 

จีนลุยปราบเซเลบดัง "เนื้องอกในสังคม"

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าพรรคคอมมิวนิสต์กำลังนำเอา "การปฏิวัติวัตนธรรมในยุคเหมา" มาทำเป็นเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อให้เป็น "การปฏิวัติที่ลึกซึ้ง" ทั้งภาคธุรกิจ การเงิน และวัฒนธรรม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังเริ่มเปิดฉากโจมตี "เสรีนิยม" หลังยุคเหมา ที่มาพร้อมกับตลาดเสรีทุนนิยม ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้รับอิทธิพลจากตะวันตก ซึ่งก็คือ "วัฒนธรรมเซเลบ" ที่ส่งเสริม "ปัจเจกนิยม" มากกว่า "ลัทธิส่วนรวม" ซึ่งคณะกรรมการวินัยระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์อ้างว่า มีหลักฐานว่าระบบทุนนิยมกำลังหาทาง "เบี่ยงเบน" คนหนุ่มสาว เพื่อ "ปล้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ" หรือแม้กระทั่ง "สร้างอิทธิพลเพื่อโน้มน้าวความคิดและวัฒนธรรมของสังคม" ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวโยงกับการออกคำสั่งห้ามเด็กๆ เล่นเกมออนไลน์นานกว่า 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่ถือเป็นการลงดาบริษัทผลิตวิดีโอเกม ที่ทรงอิทธิพลต่อภาคเทคโนโลยี ที่ครองสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจจีน