เนชั่นทีวี

ข่าว

“ทนายรัชพล” ยื่น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้อง "ศาล รธน." ตีความ "ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่ง" กับการ "งดออกป้ายภาษีรถ"

31 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

“ทนายรัชพล” ยื่น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้อง "ศาล รธน." ตีความ "ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่ง" กับการ "งดออกป้ายภาษีรถ"

“ทนายรัชพล” ยื่น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้อง "ศาล รธน." ตีความ "ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่ง" กับการ "งดออกป้ายภาษีรถ" ชี้ขัด รธน.-ลิดรอนสิทธิ์ ชกใต้เข็มขัด

31 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ นักช่วยเหลือกฎหมายทางสังคม และอินฟลูเอนเซอร์เรื่องกฎหมาย ได้เดินทางไปยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาเสนอศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า

 

ข้อกฎหมายเชื่อมโยงการไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งกับการงดออกป้ายภาษีรถยนต์ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 หรือไม่ พร้อมทั้งขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก ให้ชะลอและเลื่อนการใช้ MOU ดังกล่าวออกไปก่อน

 

 

 

 

ทนายรัชพล เปิดเผยว่า ต้นเรื่องของ MOU เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2560 มีการประกาศแก้ไข พ.ร.บ.จราจร มาตรา 141/1 บังคับใช้ตั้งแต่ 21 มิถุนายน 2560 เป็นต้นมา ซึ่งกฎหมายมีหลักการว่าหากไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งจะไม่ได้ป้ายภาษี แต่มองว่าเมื่อประชาชนไปยื่นจ่ายภาษีรถยนต์แล้ว ก็ควรที่จะได้รับป้ายภาษี จึงเป็นประเด็นที่มาร้องผู้ตรวจการแผ่นดินในวันนี้

 

 

“ทนายรัชพล” ยื่น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้อง "ศาล รธน." ตีความ "ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่ง" กับการ "งดออกป้ายภาษีรถ" ทนายรัชพล ยื่นเรื่องจี้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ชี้ขัดหลักนิติรัฐ มองมาตรการบล็อกป้ายภาษีเหมือนชกใต้เข็มขัด ตำรวจควรไปฟ้องศาลตามกระบวนการปกติ

 

 

 

"แม้ตามกฎหมายจะเปิดโอกาสให้ทำหนังสือโต้แย้งได้ แต่หากโต้แย้งแล้วเจ้าหน้าที่ยังยืนยันดำเนินคดี ผู้ขับขี่ก็ต้องจ่ายค่าปรับ ทั้งที่ในความเป็นจริง การไม่จ่ายค่าปรับใบสั่ง ตำรวจสามารถไปดำเนินการฟ้องศาลได้เองอยู่แล้ว

การกำหนดมาตรการทางภาษีจึงเป็นคนละประเด็นกัน เจ้าหน้าที่ต้องไปฟ้องศาล ไม่ใช่มาบังคับไม่ออกป้ายภาษี และยังเกิดความกังวลว่าจะลุกลามไปถึงขั้นไม่ออกบัตรคนจน ไม่ให้ออกใบขับขี่ หรือไม่ทำบัตรประชาชน

เปรียบเสมือนการชกใต้เข็มขัด ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 ที่การออกกฎหมายใดๆ ต้องคำนึงถึงนิติรัฐ จะออกตามอำเภอใจหรือลิดรอนสิทธิ์ประชาชนไม่ได้ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การช่วยเหลือคนไม่จ่ายค่าปรับ" ทนายรัชพล ระบุ

 

ทนายรัชพล ระบุด้วยว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เป็นการแก้ไขในระดับพระราชบัญญัติ รัฐมนตรี กรมการขนส่งทางบก หรือตำรวจ ไม่สามารถทำเองได้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ หากไม่มีการเลื่อนการลงนาม MOU ออกไป ก็จะต้องบังคับกันไปตามกฎหมาย โดยตนเองมีเวลาในการยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน 60 วัน จากนั้นจึงส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

 


สำหรับคนที่ได้ใบสั่งมาแล้วไม่ยอมจ่าย บางคนค้างถึง 40-50 ใบ 

ทนายรัชพล ระบุว่า บุคคลเหล่านี้ต้องพิจารณาว่าตนเองทำผิดจริงหรือไม่ หากทำผิดจริง เช่น ฝ่าฝืนขับรถเร็ว ทับเส้นทึบจากกล้องที่มีความชัดเจน ก็ควรมีจิตสำนึกที่ดีและไปจ่ายค่าปรับ เพื่อให้สังคมเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะการฝ่าฝืนกฎจราจรทำให้คนอื่นเดือดร้อนเช่นกัน

 

"สุดท้ายแล้ว หากฝ่าฝืนไม่ยอมจ่ายค่าปรับ อัยการก็ส่งฟ้องศาลเหมือนเดิม แล้วจึงตั้งคำถามว่าจะมีมาตรการนี้ออกมาทำไม หรือเพราะทุกวันนี้ค่าปรับน้อยเกินไป ในอดีตที่มีการจัดโปรโมชั่นให้ผู้ค้างค่าปรับเยอะๆ เข้ามาเคลียร์และลดค่าปรับให้ พร้อมพาไปอบรม ถือเป็นมาตรการที่ดีแม้จะเสียเวลาไปบ้าง ซึ่งเชื่อว่าช่วยสร้างจิตสำนึกได้ สำหรับเรื่องใบสั่งในต่างประเทศก็มีเช่นกัน แต่มีอัตราค่าปรับที่รุนแรงทำให้พลเมืองเกิดความกลัวและไม่กล้าฝ่าฝืน" ทนายรัชพล เผย

 

 

 


อ่านข่าวที่เกียวข้อง : รัฐบาลเอาจริง! เชื่อม "ระบบขนส่ง-ตำรวจ" ไม่เคลียร์ "ใบสั่ง" ไม่ได้ "ป้ายภาษี" เริ่ม 1 ส.ค.นี้
 

 

 

ข่าวล่าสุด