ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5/ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี สั่งระดมกำลัง-อุปกรณ์ตรึงแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย หลังประเทศมาเลเซียจะมีการผ่อนคลายมาตรการ หวั่นแรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามายังฝั่งไทย เมื่อการเดินทางสะดวกขึ้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

2 กันยายน 2564  พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 / ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ว่าหลังจากที่ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้มีมาตรการผ่อนคลายในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ซึ่งมีจังหวัดสงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาสรวมอยู่ด้วย เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา
ก็ได้ลงพื้นที่ๆ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อบอกกับกำลังว่า ถึงแม้ว่าทางศบค. จะบอกให้ผ่อนคลายแล้วก็ตาม แต่สำหรับกำลังป้องชายแดนนั้นไม่มีการผ่อนคลาย
แต่จะเข้มงวดเหมือนเดิมและเข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากหากว่าเรามีการผ่อนคลายพื้นที่ป้องกันแนวชายแดน ซึ่งทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย) ก็มีแผนที่ผ่อนคลายเช่นกัน
ทำให้การเดินทางออกจากประเทศมาเลเซียสะดวกขึ้น ง่ายขึ้น ฉะนั้นกำลังตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย จึงจะยังต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน 

สั่งระดมกำลัง-อุปกรณ์ตรึงชายแดนไทย-มาเลเซีย สั่งระดมกำลัง-อุปกรณ์ตรึงชายแดนไทย-มาเลเซีย
 

“เราระดมเครื่องมือที่มีอยู่ สรรพกำลังทั้งหมดที่มีอยู่ เช่น การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เครื่องตรวจการ และกล้องวงจรปิด และแผงโซลาเซลล์ในพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ตลอดแนวชายแดน”  พล.ต.ศานติ กล่าวและว่า 
ทั้งหมดเป็นการประเมินสถานการณ์ว่า ถ้าหากฝั่งประเทศมาเลเซียผ่อนคลาย ฝั่งเราผ่อนคลาย การเดินทางของแรงงานต่างด้าวก็น่าจะสะดวกขึ้น เร็วขึ้น การทะลักเข้ามาฝั่งเราก็น่าจะมี
สั่งระดมกำลัง-อุปกรณ์ตรึงชายแดนไทย-มาเลเซีย

สำหรับพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดนั้น พล.ต.ศานติ กล่าวและว่า การตั้งด่านก็ยังมีเหมือนเดิม โดยเฉพาะพื้นที่รอยต่อ จ.สงขลา จ.ยะลา จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส
ทางผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่ละจังหวัดก็ยังมีมาตรการที่เข้มงวด แต่ก็ผ่อนคลายตามศบค. ประกาศจึงยังมีการตรวจตามระเบียบและตามคำสั่งของแต่ละจังหวัดด้วย

สั่งระดมกำลัง-อุปกรณ์ตรึงชายแดนไทย-มาเลเซีย

ภาพ/ข่าว โดย :

สมชาย สามารถ เนชั่นทีวี