ประชาธิปัตย์ สวนกลับ “พ.ต.อ.ทวี” อภิปรายข้อกล่าวหา “นายกฯ-เฉลิมชัย” ทำทุจริตทุบราคายางพารา ยันข้อมูลบิดเบือน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปราย ไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์  ที่มีพฤติกรรม  "ร่วมทุจริตและสร้างความเสียหาย" กรณีการนำยางในสต๊อกของรัฐบาลที่เก็บไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางราคายางพารา   ออกมาจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด" โดยเหตุการณ์ดังกล่าว   เกิดขึ้นเมื่อ 14 กันยายน 2563 และ ความผิดสำเร็จเมื่อ 28 เมษายน 2564  ซึ่งการกระทำที่ ว่า เข้าข่ายการฮั้วประมูล ซึ่ง ครม.มีมติ ให้นำยางพาราในสต๊อก 1.4 แสนตัน ออกมาจากหน่ายในราคากิโลกรัมละ 37.27 บาท ทั้งที่ราคาในตลาดมีมูลค่า 65.80 บาทต่อกิโลกรัม 

“รัฐบาลทุจริตเชิงนโยบาย เข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน เพราะมีมติ ครม. นำยางที่รักษาเสถียรภาพราคายาง ออกมาจำหน่าย และทุบราคาสร้างผลกระทบต่อประชาชนผู้ปลูกยางพารา 1.3ล้านครัวเรือนต้องได้รับผลกระทบ จากราคายางตกต่ำ โดยการใช้มติ ครม. เพื่อขายยางดังกล่าวยังสร้างผลกระทบต่อราคายางพารางในตลาดโลกด้วย” พ.ต.อ.ทวี กล่าว


เรื่องนี้ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ราเมศ รัตนะเชวง แถลงชี้แจงทันที ว่าข้อมูลของ พ.ต.ท.ทวี อภิปรายพาดพิง  นายเฉลิมชัย รัฐมนตรีเกษตรฯ จะรอชี้แจงในครั้งเดียว หลังจากที่ ส.ส.อภิปรายครบทุกคน  และ ข้อมูลที่ พ.ต.ท.ทวี อภิปรายนั้นเป็นข้อมูลที่บิดเบือน ทั้งข้อกฎหมาย ระเบียบ และมติ ครม. ยืนยันว่า  การระบายยางพาราครั้งที่ 3 นั้นทุกกระบวนการเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด ไม่มีการทุจริตเชิงนโยบาย ไม่มีการทำให้รัฐเสียประโยชน์ ดังนั้นการใช้คำพูดเช่นนี้ทำให้นายเฉลิมชัยเสียหาย

“ท่านใช้คำพูดรุนแรงขนาดนี้ไม่มีอะไรต้องเกรงใจกันต่อไป ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หมัดต่อหมัด และเชื่อว่าเมื่อประชาชนได้ฟังการชี้แจงจะเข้าใจว่าเป็นหนังคนละเรื่อง คนละม้วนกัน ผมผิดหวังในการทำหน้าที่ของ พ.ต.ท.ทวี ผิดหวังในการทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส. ที่เป็นถึงอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ข้อมูลที่นำมาอภิปรายเป็นข้อมูลที่บิดเบือน ไม่ตรงต่อควาทเป็นจริง” นายราเมศ กล่าว