หลังรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ผู้ค้าบางรายในถนนข้าวสารเตรียมเปิดร้าน ขณะเดียวกันผู้ค้าส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจต่อมาตรการของรัฐ เชื่อเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

31 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศภายในถนนข้าวสาร โดยบรรยากาศทั่วไปยังคงเงียบเหงา ไร้เงานักท่องเที่ยว  ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หลังรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ ทำให้ร้านค้าผู้ประกอบการต่างๆ ต้องหยุดดำเนินการตามมาตรการของทางภาครัฐ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 

ขณะเดียวกัน วันที่ 1 กันยายนนี้ ที่รัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์บางมาตรการ โดยร้านอาหารที่อยู่นอกอาคาร หรือในอาคาร แต่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ โล่ง อากาศถ่ายเทดี ให้นั่งรับประทานได้ 75 % และร้านอาหารที่มีเครื่องปรับอากาศ ให้นั่งรับประทานได้ 50 % รวมทั้งผู้ประกอบการต้องดำเนินตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

นายสง่า เรืองวัฒนะกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์บนถนนข้าวสารยังคงหยุดชะงัก ไม่สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดโควิด-19รอบล่าสุด ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้า หาบเร่-แผงลอย และโรงแรมต่างๆ ได้หยุดดำเนินการ รวมถึงบางร้านค้าได้เซ้งร้านคืนไปแล้วหลายราย เพราะไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ 

นายสง่า ยังกล่าวอีกว่า หลายร้านค้ายังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มานั่งดื่มแอลกอฮอล์ แต่เมื่อมาตรการให้เปิดเพียงร้านอาหารที่ไม่ใช่ผับ บาร์ คาราโอเกะ ก็ยังไม่มีลูกค้ามาใช้บริการอย่างแน่นอน บางร้านเมื่อเปิดบริการแล้วจะต้องมีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเช่าที่ ค่าลูกน้อง รวมไปถึงค่าน้ำ ค่าใช้ ซึ่งอาจไม่คุ้มค่ากับการให้บริการ โดยส่วนตัวเชื่อว่ากว่าเศรษฐกิจจะฟื้นคืนกลับมาได้เป็นปกติ คาดว่าน่าจะเป็นช่วงปลายปีหน้า หลังจากที่มีการเปิดประเทศแล้ว

ผู้ค้าถนนข้าวสาร โอด! ปลดล็อกแล้ว ศก. ยังไม่ฟื้น

ด้านนายฐานุพงษ์ แป้นสดใสเจริญกิจ ผู้ประกอบการร้าน rocco ถนนข้าวสาร บอกกับทีมข่าวว่า 

"วันนี้ทางร้านได้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาดร้าน ก่อนจะเปิดร้านในวันที่ 1 กันยายนนี้ ตามมาตรการที่รัฐบาลประกาศปลดล็อกดาวน์ร้านอาหาร เพราะร้านตนมีหลายธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นธุรกิจร้านอาหารที่ไม่ได้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็รู้สึกดีใจที่รัฐบาลประกาศให้เปิดร้ายได้"

เนื่องจากที่ผ่านมาได้แบกภาระค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก โดยค่าเช่าที่ภายในตึก roccoที่มีทั้งหมด 6 ชั้น ต้องจ่ายค่าที่ รายปีๆ ละกว่า 6 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละกว่า 6 แสนบาทที่ตนเองเสียไป โดยไม่สามารถเปิดร้านได้ ทำให้ได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมาก รายจ่ายนี้ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายรายเดือนของพนักงานทั้งหมด 40 คน ด้วย โดยก่อนหน้านี้ตนได้พาพนักงานไปฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ครบทุกคนแล้ว และใกล้จะฉีดเข็มที่ 2 ตามมา ส่วนตนเองฉีดครบ 2 เข็มแล้ว เชื่อว่าสามารถสร้างความปลอดภัยให้กับผู้มาใช้บริการได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันประเด็นเรื่องของการตรวจ ATK ของลูกค้าที่จะเข้าร้าน ตนก็พร้อมดำเนินการตามที่รัฐบาลจะให้ดำเนินการ แต่ตนยังสงสัยว่าถ้าไม่ใช้แพทย์สามารถตรวจให้ลูกค้าก่อนเข้าร้านได้หรือไม่ อีกทั้งชุดตรวจ ATK ก็มีราคาหลักร้อยบาท จะดูเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายอีกหรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลประกาศอย่างชัดเจน 

ผู้ค้าถนนข้าวสาร โอด! ปลดล็อกแล้ว ศก. ยังไม่ฟื้น

เช่นเดียวกับนางสาวญาดา พรเพชรรัมภา ประธานชมรมผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร บอกว่า ร้านค้าแผงลอยบนถนนข้าวสารซึ่งมีกว่า 200 ร้านค้า ต้องหยุดขาย เนื่องจากไม่มีลูกค้ามาซื้ออาหาร เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่อยู่ในชุมชนรอบๆ ถนนข้าวสาร ซึ่งถ้าชุมชนถูกล็อกดาวน์ ไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้ ก็ไม่สามารถมาซื้ออาหารได้ 

ขณะเดียวกันไม่ต้องพูดถึงลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว เพราะลูกค้านักท่องเที่ยวหายไปนานแล้ว จึงไม่คุ้มค่าหากจะต้องเปิดขายของ เพราะต้องเสียเงินซื้อวัตถุดิบมาแต่ขายไม่ได้ รวมไปถึงการปลดล็อกบางมาตรการในวันที่ 1 กันยายนนี้ ตนก็ไม่มั่นใจกับการประกาศ เนื่องจากก่อนหน้านี้ประกาศปลดล็อกดาวน์และประกาศล็อกดาวน์อีกครั้งภายในระยะเวลาสั้นๆ ส่งผลให้ผู้ค้าเมื่อเปิดร้านก็ต้องปิดร้านอีก จึงอาจจะต้องรอดูประกาศจากทางภาครัฐไปสักระยะ ว่าสมควรจะเปิดร้านดีหรือไม่ 

ผู้ค้าถนนข้าวสาร โอด! ปลดล็อกแล้ว ศก. ยังไม่ฟื้น