ตอนที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ไปรบศพทหาร 13 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายของกลุ่ม ISIS-K โจมตีสนามบินในกรุงคาบูล เขาได้พบกับครอบครัวของทหารเหล่านี้แล้วก็เจอกับถ้อยคำประณามที่เจ็บแสบจากแม่ทหารนายหนึ่ง

หัวอกแม่ที่ต้องสูญเสียลูกชายทั้งที่เกือบจะได้พบหน้ากันอยู่แล้ว เมื่อทหารสหรัฐฯ ถอนออกจาก อัฟกานิสถาน ในวันที่ 31 สิงหาคม ต้องแหลกสลาย เพราะการโจมตีของกลุ่ม ISIS-K ได้พรากพวกเขาไปตลอดกาล ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ไปรับศพทหารทั้ง 13 นาย ที่ฐานทัพอากาศ "Dover AFB" เพื่อส่งพวกเขาครั้งสุดท้ายอย่างสมเกียรติ ด้วยการบอกว่า "ความกล้าหาญและความเสียสละ" ของพวกเขาช่วยให้ผู้คนกว่า 100,000 คน ปลอดภัย แต่ "เคธี่ แม็คคอลลัม" แม่ของ "ไรลี" นาวิกโยธินวัย 20 ปี ที่เสียชีวิตจากการถูกโจมตี ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุแห่งหนึ่งว่า

 

"เขากำลังเตรียมพร้อมเดินทางออกจากจอร์แดน เพื่อไปเฝ้าดูภรรยาที่กำลังจะคลอดลูกชายของเขา แต่คนที่ไร้ประสิทธิภาพ อ่อนแอ ไร้ประโยชน์ ส่งเขาไปตาย"

 

แม็คคอลลัม พูดด้วยความขมขื่นว่า

 

"ฉันตื่นขึ้นมาตอนตี 4 ตอนที่นาวิกโยธินมาหน้าประตูบ้าน เพื่อบอกว่า ลูกชายฉันตายแล้ว" 

 

  ภาพ : Reuters

 

ภาพ : Reuters

 

ภาพ : Reuters

 

ภาพ : Reuters

ไบเดน ไม่ได้ประกาศว่าจะเดินทางไปที่รัฐเดลาแวร์เมื่อเช้าวันอาทิตย์ เพื่อไปร่วมพิธีรับศพเหล่าทหารที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของมือระเบิดฆ่าตัวตาย ISIS-K เขายืนสงบนิ่งวางมือขวาไว้ที่อก ขณะที่หีบศพถูกคลุมด้วยธงชาติถูกลำเลียงลงจากเครื่องบิน C-17 Globemaster ผ่านหน้าเขาไป ซึ่งนับเป็นวันที่เศร้าสลดของสถานการณ์ที่พลิกผัน หลังจากเขาพยายามสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการยุติการที่สหรัฐฯ เข้าไปพัวพันในสงครามที่ อัฟกานิสถาน ซึ่งเขาได้ยกย่องเหล่าทหารผู้ล่วงลับว่า

 

"ความกล้าหาญและความเสียสละของพวกเขา ทำให้ผู้คนมากกว่า 117,000 คน ที่มีความเสี่ยงสามารถเข้าถึงความปลอดภัยได้จนถึงขณะนี้ ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองทหารของเรา และทุกคนที่ยืนหยัดเฝ้าระวังในวันที่อันตรายเหล่านี้"

 

ภาพ : Reuters

 

ภาพ : Reuters

 

ภาพ : Reuters  

การถอนทหารของสหรัฐฯ ออกจาก อัฟกานิสถาน ภายในเส้นตายของวันที่ 31 สิงหาคม หลังติดหล่มอยู่นาน 20 ปี และสูญเสียชีวิตทหารไป 2,400 นาย ส่งผลให้ ตาลีบัน กลับมาครองอำนาจ และเกิดความโกลาหลเมื่อผู้คนพากันหลั่งไหลไปที่สนามบินในกรุงคาบูล เพื่อหวังจะหนีออกนอกประเทศ ทั้งยังถูกซ้ำเติมด้วยการโจมตีของ ISIS-K ที่จะกลายเป็นรอยด่างในประวัติศาสตร์การอยู่ในตำแหน่งของ ไบเดน ไปตลอดกาล

 

 ภาพ : Reuters

 

 ภาพ : Reuters

 

 ภาพ : Reuters

 

 ภาพ : Reuters