ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ที่ 1,323 คนในวันนี้ ท่ามกลางประเด็นถกเถียงว่าพร้อมจะเริ่มใช้ชีวิตตามปกติและอยู่ร่วมกับโควิด-19 แล้วหรือไม่ แต่เมืองเมลเบิร์นยังขยายล็อกดาวน์ออกไป

ออสเสเตรลียยืนยันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ภายในประเทศ 1,323 คน สูงที่สุดในวันเดียว โดยเฉพาะรัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่มีประชากรมากที่สุดและเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตาในขณะนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,218 คน ทำสถิติสูงสุดใหม่แทนที่ 1,035 คนเมื่อวันเสาร์ และทางการกำลังพิจารณาว่าจะทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่บังคับใช้มานาน 9 สัปดาห์ ในขณะที่มีกำหนดสิ้นสุดในช่วงสิ้นเดือนก.ย.หรือไม่

 

ล่าสุดแกลดีส์ เบเรจิกเลียน ผู้ว่าการรัฐนิวเซาท์เวลส์ ยืนยันว่าจะอนุญาตให้ธุรกิจและกิจกรรมต่างๆดำเนินการได้เมื่อประชากรอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว 70% ไม่ว่าเวลานั้นจะมีผู้ติดเชื้อจำนวนเท่าใด พร้อมทั้งบอกว่า ขณะนี้จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข้าใกล้เป้าหมายถึงครึ่งทางแล้ว

 

ออสเตรเลียเสียงแตกอยู่ร่วมโควิดหลังยอดนิวไฮ

 

นอกจากนี้รัฐวิคตอเรีย ที่มีประชากรมากเป็นอันดับสอง มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 92 คนทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งปี ในขณะที่เมืองเมลเบิร์น ซึ่งเป็นเมืองเอก อยู่ระหว่างการล็อกดาวน์ครั้งที่ 6 นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาด และมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 2 ก.ย. แต่แดเนียล แอนดรูวส์ ผู้ว่าการรัฐ ประกาศวันนี้ให้ขยายเวลาล็อกดาวน์ออกไปอีก

 

ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศอยู่ที่ 51,243 คน และผู้เสียชีวิตสะสม 999 คน ซึ่งอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ

 

 

ออสเตรเลียเสียงแตกอยู่ร่วมโควิดหลังยอดนิวไฮ

 

อย่างไรก็ตามรัฐบาลกลางออสเตรเลียยอมรับว่า ยุทธศาสตร์ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ ซึ่งเคยประสบความสำเร็จในช่วงแรกๆ ไม่อาจเป็นจริงได้ในเวลานี้ หลังไวรัสสายพันธุ์เดลตา ทำให้ผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมาตรการล็อกดาวน์กำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศ

 

นายกรัฐมนตรีสก็อตต์ มอร์ริสัน เรียกร้องให้รัฐต่างๆเปิดพรมแดนได้ทันทีเมื่อสามารถบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนครบสองโดสแก่ประชาชนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปได้ 70% แต่รัฐควีนสแลนด์และรัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย ส่งสัญญาณว่าอาจจะไม่ปฏิบัติตาม ขณะที่ทั่วประเทศยังมีผู้ได้รับวัคซีนครบโดสเพียง 33.7%