ตำรวจปราบปรามยาเสพติด โชว์ผลการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาเสพติด ทั้งยาบ้า กัญชา ยาไอซ์ อาศัยขบวนพาหนะลำเลียงจากภาคเหนือ เข้าพื้นที่ตอนใน “มนู เมฆหมอก” ชี้ จำนวน วิธี ปรับเพิ่ม เตรียมขยายผลรวบตัวการที่แท้จริง

วันที่ 28 สิงหาคม 2564 พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) และพล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาและของกลางยาเสพติด 2 คดี เป็นยาบ้า 4 ล้านเม็ดกัญชา 800 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน

 

โดยคดีแรก เป็นผลงานของกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2(กก.1 บช.ปส.) จับกุม นางสาววลิตดา นาคสวน และนางเพ็ญนภา ภัทรเจริญ พร้อมของกลางยาบ้า 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนใน รถกระบะและรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่ง ซึ่งเป็นการขยายผลจากการจับกุมยาเสพติด เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา โดยครั้งนั้น ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า 3 แสนกว่าเม็ด ก่อนจะสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีส่วนในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้าน จ.หนองคาย ไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง 

3 คดีล่าสุด เครือข่ายเริ่มปรับแผน ตร.ปส.เล็งตัวการใหญ่

เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าสกัด โดยช่วงกลางดึกวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตำรวจ พบพาหนะเป้าหมาย จอด ที่ปั๊ม ป.ต.ท.เชียงคานจึงสะกดรอย การเคลื่อนไหวจากจุดหมายเดิม มุ่งหน้า อ.สังคม จ.หนองคาย โดยมีพาหนะร่วมในขบวนอีกหลายคัน ติดตามกันไป ผ่านพื้นที่ จ. อุดรธานี - เลย จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ที่บ้านโปงชี ต.โป่ง อ.ด่านซ้าย จ.เลย ในช่วงเช้า แต่พบว่า พาหนะของกลุ่มคนร้ายพยายามขับเปลี่ยนเส้นทาง ชุดจับกุมจึงไล่ติดตามและหยุดรถไว้ได้ ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง เตรียมนำส่งให้ฝ่ายสืบสวนขยายผลต่อไป

 

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

3 คดีล่าสุด เครือข่ายเริ่มปรับแผน ตร.ปส.เล็งตัวการใหญ่

คดีต่อมา เป็นการจับกุมนายทวีศักดิ์ วงศ์อุดม โดยเป็นการขยายผล จากคดีเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ครั้งนั้นสามารถตรวจยึด ยาบ้าได้ 5 แสนกว่าเม็ด ไอซ์ 22 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่ง การตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายยาเสพติด ทำให้ทราบ เคลื่อนไหวเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนใน และยังพบกลุ่มเป้าหมายเข้ามาในพื้นที่ จ.สระบุรีในช่วงเช้าวันที่ 27 สิงหาคม จนสามารถจับกุมนายทวีศักดิ์ พร้อมของกลางกัญชา 800 กิโลกรัม 

 

ผู้ต้องหาให้การว่า  ยาเสพติดนี้ รับมาจาก อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เตรียมจัดส่งไปที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากที่ก่อเหตุมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อต้นสิงหาคม และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
 

3 คดีล่าสุด เครือข่ายเริ่มปรับแผน ตร.ปส.เล็งตัวการใหญ่

คดีสุดท้าย เป็นการจับกุม ผู้ต้องหา พร้อมเฮโรอีน 10 กิโลกรัม ซุกซ่อนมาภายในคัทซี และใต้ช่องเก็บของป้ายกระบะของรถ หลังได้รับเบาะแสว่า จะมีกลุ่มลำเลียงยาเสพติด ซุกซ่อนใต้กระบะจากภาคเหนือ เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังออกติดตามกระทั่งพบพาหนะเป้าหมาย จึงติดตามจนมาถึง ย่านวัชรพล กรุงเทพฯ ซึ่งการตรวจค้นรถกระบะต้องสงสัย พบว่า บริเวณช่วงล่างแหนบคัทซี มีการดัดแปลง ยกสูงผิดปกติ  ดัดแปลงประกอบช่องตู้เซฟ ซุกซ่อนเฮโรอีน 10 กิโลกรัมไว้

 

ทั้งนี้ ข้อมูลการจับกุม พบว่า การขนส่งมีลักษณะคล้ายคลึงนี้บ่อยครั้ง ครั้งแรกในเดือนมกราคม ที่จ.อ่างทอง ปี 2563  ต่อมาเดือนมิถุนายน ปีเดียวกัน โดยบรรทุกยาบ้า2 ล้านเม็ด จากนั้น เดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนและประเภทยาเสพติดเป็นยาบ้า 2 แสนเม็ดไอซ์ 52 กิโลกรัม

 

3 คดีล่าสุด เครือข่ายเริ่มปรับแผน ตร.ปส.เล็งตัวการใหญ่

ด้าน พล.ต.อ.มนู กล่าวว่า  คดีที่ 3 ตำรวจสืบทราบแล้วว่า เจ้าของยาเสพติด คือ ใคร รวมถึงหัวหน้าเครือข่ายที่ใช้รูปแบบการซุกซ่อนขนส่งลักษณะนี้  ซึ่งได้เตรียมขยายผลเพื่อดำเนินการเข้าจับกุมตามขั้นตอนต่อไป