วันที่ 25 สิงหาคม 2564 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า วานนี้ (24 ส.ค.) ศาลปกครองเพชรบุรี ได้วินิจฉัยคำอุทธรณ์ของนายชัยวัฒน์ สืบเนื่องจากเหตุ "ยุทธการตะนาวศรีครั้งที่ 4" นำมาซึ่งการฟ้องร้องและสิ้นสุดลงที่คำพิพากษศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อส.77/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อส.4/2561 ลงวันที่ 31 พ.ค.2561 "ให้กรมอุทยานฯ ผู้ถูกฟ้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน นายโคอิ หรือคออี้ มีมิ กับพวกรวม 6 คน ผู้ฟ้อง จำนวน 300,987 บาท
และต่อมากรมอุทยานแห่งชาติฯ มีคำสั่งให้นายชัยวัฒน์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวน 300,987 บาท ให้แก่กรมอุทยานฯ นายชัยวัฒน์ จึงอุทธรณ์คำสั่ง โดยฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 1 กับพวกรวม 1 คน คดีหมายเลขดำที่ 148/2562 ต่อศาลปกครองเพชรบุรี
ศาลปกครองเพชรบุรี นัดฟังพิพากษาวันที่ 24 ส.ค.64 สรุปคำพิพากษา ดังนี้
1. ผู้ฟ้องจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 เพียงใด แม้จะปรากฎข้อเท็จจริงว่า ผู้ฟ้องคดีไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ม.22 พ.ร.บ.อุทยานฯ จริง จนทำให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เพิงพักหรือสิ่งปลูกสร้างของนายโคอิหรือคออี้ มีมิ กับพวกรวม 6 คน ตั้งอยู่ในป่าลึกที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงใกล้แนวชายแดนประเทศไทย-สหภาพเมียนมาร์ ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หากเดินเท้าต้องใช้ระยะเวลาการเดินเท้าเข้าไปไม่น้อยกว่า 3-4 วัน ไม่สามารถใช้ยานพาหนะสัญจรไปมาได้
ในการตรวจสอบพบพื้นที่บุกรุก ณ ขณะนั้นผู้ฟ้องคดี และคณะเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มบุคคลใด หรือเป็นชนกลุ่มน้อย หรือเป็นของกองกำลังไม่ทราบฝ่าย หรือเป็นผู้ลักลอบเข้ามาปลูกพืชสารเสพติด ทำให้การสืบสวนนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษมีข้อจำกัดทางด้านของสภาพพื้นที่ประกอบกับการสื่อสารที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยได้
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เห็นว่าคำสั่งทางปกครองในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้อาจทำโดยวาจาหรือในรูปแบบอื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือหรือปิดประกาศเสมอไปตามนัยมาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539