อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถามกลับ ป.ป.ท. 5 ปมที่ยังไม่ได้ทำ แต่สั่งคดีให้ผิด ม.157 ระบุเป็นการพิจารณาจากกระดาษ ไม่เคยเห็นจุดเกิดเหตุ ติงอย่าเชื่อกระดาษที่ผู้ฟ้อง เอามาให้ดูอย่างเดียว เพราะการสอบสวนใช้วิธีการนั่งสอบสวน สอบปากคำพยานบุคคล และเชื่อข้อมูลในกระดาษ นี่หรือ คือ "ความเป็นธรรม"

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.อุบลราชธานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผย ป.ป.ท.ชี้มูลความผิด มาตรา 157 มีโทษให้ออกจากราชการ เพราะมีความผิดเผาบ้านปู่คออี้ มีมิ และให้อัยการ ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา ว่า เป็นข้าราชการ ดำเนินคดีกับปู่คออี้ และพวกในคดีความผิดมีกฎหมายรับรองการทำหน้าที่คือ พ.ร.บ. ป่าไม้ ซึ่งดำเนินคดีลักษณะนี้และใช้กฎหมายเดียวกันนี้มาหลายคดี ไม้เว้นแม้แต่ข้าราชการระดับสูงในกรมอุทยานฯ และศาลฎีกาตัดสินจำคุกอดีตข้าราชการระดับสูงคนดังกล่าวแล้ว

ดังนั้น ทุกคดีเราในฐานะข้าราชการให้ความเป็นธรรม และสามารถตอบข้อซักถาม ต่อพนักงานสอบสวน และศาลได้ ว่า แต่ละคดี มีที่มา ที่ไปอย่างไร จุดเกิดเหตุ พิกัด อยู่ที่ไหน ลักษณะโดยรอบรวมถึงสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร และความเสียหายมีขอบเขตเท่าใด เนื่องจากการกล่าวหาดำเนินคดีใครสักคน เราต้องมีความเป็นธรรม เป็นกลาง และที่สำคัญเจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ และเห็นพยานแวดล้อมทั้งหมด เสียก่อน จึงจะทำหน้าที่ข้าราชการที่ดีในการสรุปความเห็นทางคดีได้

โดยหลักการทั่วไปที่ต้องปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ต้องทำคือ1.ต้องมีพิกัดจุดเกิดเหตุ และต้องพิสูจน์ว่าตรงตามแผนที่หรือไม่2.ต้องพิสูจน์ทราบตามพิกัดว่าตรงและจริงตามฟ้องหรือไม่3.เจ้าหน้าที่ต้องลงไปยังจุดเกิดเหตุคดีนี่เจ้าหน้าที่ป.ป.ท.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตนเองใช่หรือไม่4.มีการเปรียบเทียบภาพประกอบที่แนบตามฟ้องว่ามุมกล้องในภาพตรงกับจุดเกิดเหตุจริงหรือไม่? 5.เจ้าหน้าที่ป.ป.ท.และพนักงานสอบสวนได้นำสืบหาพยานหลักฐานตามข้อมูลพื้นฐานนี่หรือยัง?
นายชัยวัฒน์ยืนยันว่าจนถึงวันนี้แล้วไม่มีพนักงานสอบสวนแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ป.ป.ทก็ไม่เคยเข้าไปที่จุดเกิดเหตุแห่งข้อกล่าวหาแม่แต่คนเดียวทั้งที่ตนเองปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีการเผาบ้านปู่คออี้ตามฟ้องแต่อย่างใดและยังร้องขอท้ายบันทึกวันที่เจ้าหน้าที่ป.ป.ท.สอบสวนว่าขอให้เจ้าหน้าที่ป.ป.ทให้ไปดูจุดเกิดเหตุว่ามีจริงหรือไม่และอยู่ตรงไหนอย่าเชื่อกระดาษที่ผู้ฟ้องเอามาให้ดูอย่างเดียวเพราะการสอบสวนใช้วิธีการนั่งสอบสวนสอบปากคำพยานบุคคลและเชื่อข้อมูลในกระดาษนี่หรือคือ"ความเป็นธรรม"


ดังนั้นยังมีเวลาอีก3เดือนยังพอที่จะชี้มูลให้ออกจากราชการได้ดังนั้นควรไปดูพื้นที่จริงเพราะไม่เช่นนั้นจะเสียเรื่องจริยธรรมคุณธรรม