จากการสอบสวน นายพัฒนชัยฯ หรือ ทิดเหน่ง ให้การว่า ที่ต้องกลับมาปลอมตัวเป็นพระเดินขอเงินชาวบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะไปทำงานอะไร และตนเองก็ไม่อยากทำงาน เห็นว่า ห่มผ้าเหลืองแล้วเดินขอเงินแบบนี้ ได้เงินง่ายกว่า และหากกลับออกมาอีกก็จะกลับมาทำเหมือนเดิม
ด้าน พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า การจับกุมตัวนายพัฒนชัยฯ หรือ ทิดเหน่ง ในครั้งที่ 2 นี้ สืบเนื่องมาจากได้มีชาวบ้าน พบเห็นว่า ทิดเหน่ง ได้กลับมาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์เดินเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยถูกจับกุมตัวดำเนินคดีไปแล้ว ในข้อหาเสพยาเสพติด โดยครั้งนั้น พนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ ได้นำตัวส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดพล จ.ขอนแก่น แล้ว โดยศาลมีคำสั่งคุมประพฤติและให้ไปรายงานตัวตามนัด แต่ทิดกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดิมอีก ซึ่งทาง สภ.บ้านไผ่ ยืนยันว่า ไม่ได้ปล่อยตัวทิดเหน่งไปในชั้นสอบสวนแต่อย่างใด แต่เมื่อมีชาวบ้านร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนรำคาญและทิดเหน่ง ยังมีพฤติกรรมแต่งกายเป็นพระสงฆ์หลอกเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องจับกุมตัวมาดำเนินคดี โดยครั้งนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208 ผู้ใดแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวชในศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะนำตัวส่งฟ้องศาลแขวง