นายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า การระบาดในตลาดชุมชน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะมีการปกปิดไทม์ไลน์ของตนเอง แล้วไปใช้ชีวิตปกติไปซื้อของในตลาดสดไปเดินห้าง หากคนกลุ่มนี้เป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มผู้ติดเชื้อก็จะเกิดการแพร่กระจายอย่างมาก เพราะในตลาดนี้มีผู้มาจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก สำหรับการแก้ปัญหาคือการป้องกันไม่ให้ผู้ที่สัมผัสในการติดเชื้อ โดยในส่วนของผู้ที่ติดเชื้อจริงๆ ถ้าพบอาการก็ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลขอนแก่น บางรายก็ไปพี่ โฮสพิเทล ดังนั้นเมื่อสั่งปิดตลาดก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้าไปขายที่อื่นเช่นไปเปิดหน้าบ้านตัวเอง
" ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดสองแถวหันหน้าเข้าหากันระยะห่างประมาณ1 เมตร เพราะฉะนั้นคนเดินไปเดินมาไม่มีก็จะลดการสัมผัสกัน แต่หากเป็นตลาดพื้นที่เดิมถนนขนาดกว้างประมาณ 15 เมตรถ้าอยู่คนละมุมคนละฝั่งก็ให้เจ้าหน้าที่ อสม., รพ.สต. และผู้นำได้ไปชี้แจงบอกว่าเราจะต้องมี เจลแอลกอฮอ สวมหน้ากากอนามัยและต้องไม่มีการเบียดเสียดกัน น่าจะป้องกันได้ สำหรับเสียงสะท้อนเกี่ยวกับการไม่ให้มีการปิดตลาดนั้น ถือว่ากันไว้ดีกว่าแก้เพราะเห็นแล้วว่าวงนี้ มีผลบวก 24 คน เข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราควบคุมต้นทางก็คือว่าใครเสี่ยงสูง จะควบคุมไม่ให้ออกมาข้างนอก และควบคุมทั้งในตลาดไม่ให้มีการเบียดเสียดกันให้เว้นระยะห่าง ส่วนการปิดตลาดชุมชนหนองกุง มีผลตั้งแต่23 - 29 ส.ค. หลังจากนั้นก็จะแนะนำมาตรการต่างๆ ตอนนี้ก็จัดระเบียบและจัดล็อคทางเดินให้ห่าง บางส่วนอาจจะต้องเอาเข้าไปในวัด เพราะตลาดเดิมอยู่หน้าถนนกว้าง ซึ่งตามกฏหมายมันก็ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว ซึ่งจะได้หารือกับทางเจ้าอาวาสเพื่อขอใช้พื้นที่วัดเป็นพื้นที่ตั้งของตลาดชุมชน”