แพทย์หญิงกฤตยาณี กล่าวอีกว่า เมื่อพี่สาวมาถึงหมอจึงให้เข้าไปนั่งในจุดที่ฉีดวัคซีน เพราะหมอมีความบริสุทธิ์ใจในการฉีดวัคซีนก้นขวดให้พี่สาว บุคลากรด่านหน้าที่ต้องรับวัคซีนทุกคนก็นั่งอยู่ ซึ่งหมอไม่มีทางที่จะเบียดบังไปแย่งวัคซีนงเอาของเขามาฉีดให้พี่สาวและแม่ ยืนยันว่าววัคซีนที่ฉีดให้พี่สาวเป็นวัคซันที่ทิ้งแล้ว
และเขาจะไม่แนะนำให้เอามาฉีดให้กับบุคลากรด่านหน้า หากมีเหลือก็ทิ้ง หมอคิดว่าอย่าทิ้งเถอะมันเสียดาย หากหมอไม่บริสุทธิ์ใจจริง ๆ หมอก็บอกพยาบาลว่าหมอเอาไปฉีดให้พี่สาวเอง ฉีดในห้องหมอ ในรถก็ได้ หรือจุดไหนก็ได้ไม่ให้ใครเห็น ไม่มีใครรู้ แต่ด้วยความที่หมอบริสุทธ์ใจ และคิดน้อยไปจึงให้พยาบาลฉีดให้พี่สาวนะจุด ๆ นั้น จนเป็นเหตุให้คนบางคนที่เห็นเหตุการณ์อาจจะไม่เข้าใจ และวิตกกังวลลว่าหมอไปแย่งวัคซีนของบุคลากรด่านหน้ามาหรือเปล่า
"มันเป็นวัคซีนที่เหลือก้นขวดทิ้งถังขยะจริง ๆ ทุกคนที่นั่งอยู่ก็เห็น บุคลากรด่านหน้าที่ 66 คนทุกคนได้รับวัคซีน ยอมรับว่าหมอให้พี่สาวพาคุณแม่มาด้วย แต่แม่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนแต่อย่างใด เพราะหลังฉีดให้พี่สาวก็มีบุคลากรบางท่านรายงานให้ ผอ.รพ.นบพิตำ ว่ามีการฉีดวัคซันไฟเซอร์ของบุคลากรด่านหนาให้กับบุคคลภายนอก”
ซึ่งเขาก็ทำถูกต้องแล้ว จนทาง ผอ.รพ.กำชับไม่ให้ฉีดให้บุคคลภายนอก แต่หมอเองก็น้อยใจว่าแอะ เราทำงานสุ่มเสี่ยงตรงนี้มาต่อเนื่อง แต่เราไม่สามารถที่จะเอาวัคซีนก้อนขวดทิ้งไปแล้วกลับมาฉีดให้กับแม่และพี่สาวของเราไม่ได้ เพื่อให้เขาปลอดภัย เพราะทุกวันที่หมอมาทำงานที่ รพ.นบพิตำ คลุกคลีกับผู้ป่วยรวมทั้งบุคลากรที่ติดเชื้อก็มี
และหมอต้องกลับไปนอนกับแม่ กับพี่สาว ที่ผ่านมาหมอเองเป็นคนเสี่ยงและเสียสละอยู่ด่านหน้าแต่หมอไม่สามารถที่จะดูแลปกป้องคนในครอบครัวของตัวเองได้เลย นี่คือความเห็นแก่ตัวของหมอเอง หมอก็โทษประชาชนทุกคนจริง ๆ ที่หมอเห็นแก่ตัว มันเป็นประเด็นที่อ่อนไหวจริง ๆ"