นางเอ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นตนจึงได้นำเรื่องที่มีผู้ชายหัวทองเข้าไปในห้องน้ำหญิงและมีพฤติกรรมน่าสงสัยดังกล่าวไปบอกเจ้าหน้าที่ พนักงานหญิง ให้ระวังตัวบุคคลนี้ ซึ่งต่อมารู้จากเพื่อนร่วมงานว่าเป็นคนงานส่งของ ของบริษัทเอกชน จึงได้แจ้งไปยังต้นสังกัดของบุคคลดังกล่าว ห้ามเข้ามาส่งของในสำนักงานเทศบาลตำบลหนองกุงศรีอีก ซึ่งระยะหลังก็เงียบหายไป ไม่เห็นเข้ามาอีก ก่อนที่จะเข้ามาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา จึงรู้ว่ามีพฤติกรรมแอบถ่ายคลิป อย่างไรก็ตาม ตนและเพื่อนร่วมงานอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับไอ้หนุ่มหัวทองคนนี้อย่างถึงที่สุด จึงได้รวมตัวกันมาแจ้งความเพิ่มเติม เนื่องจากวันแรกมาแจ้งความเพียง 2 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกตกลงยอมความกันและเปรียบเทียบปรับคู่กรณีไปเพียง 3,800 บาทเท่านั้น และปล่อยตัวผู้ก่อเหตุไป
ด้านนางบี เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลตำบลหนองกุงศรี ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า วันแรกตนยังไม่ได้แจ้งความ เนื่องจากยังไม่รู้ตัวว่าถูกบุคคลดังกล่าวแอบถ่ายคลิปขณะเข้าไปทำกิจธุระในห้องน้ำ แต่หลังจากเพื่อนร่วมงานพูดให้ฟัง ว่ามีน้องผู้หญิงถูกแอบถ่ายคลิป และช่วยกันควบคุมตัวไอ้หนุ่มหัวทองไว้ได้ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวไป สภ.หนองกุงศรี และต่อมาร่วมกันตรวจสอบคลิปของผู้ก่อเหตุคนดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่ามีคลิปของตัวเองถูกแอบถ่ายด้วย จึงเดินทางเข้ามาแจ้งความ และปรึกษาข้อกฎหมายกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา โดยดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งอย่างถึงที่สุด เพื่อให้สำนึกผิดและไม่ไปก่อเหตุในลักษณะนี้อีก
ขณะที่ พ.ต.ท.สรวิศ สินนา พนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ที่ปล่อยตัวผู้ต้องหาไป หลังจากเปรียบเทียบปรับอาญา เนื่องจากเป็นความยินยอมของผู้เสียหาย 2 คนที่เจ้าแจ้งความในวันนั้น โดยมีการลงนามบันทึกยอมความกัน สำหรับกรณีดังกล่าว เข้าข่ายฐานความผิด กระทำการให้ผู้อื่นได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคราญ ระวางโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุก 1 เดือน ทั้งนี้เป็นความผิดอาญาที่สามารถยอมความกันได้ แต่หากผู้เสียหายไม่ยินยอม ก็สามารถฟ้องร้องหรือเรียกความเสียหายทางแพ่งได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากสอบปากคำผู้เสียหายครบทุกคนแล้ว และผู้เสียหายไม่ประสงค์จะยอมความ ก็จะเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป