หลังดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว ถึงเพนกวิน ที่เชิดชูเผด็จการ อย่างจอมพลป.พิบูลสงคราม จนมีการโต้กลับมาอย่างดุเดือดกันกลางโซเชียล ล่าสุดดร.นิว ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีความย้อนแย้งของเพนกวินที่เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชูเผด็จการทหาร และยังแนะให้เพนกวิน ไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้ดี ก่อนโหนสารพัดข้อมูลแบบมั่วๆ ไปโจมตีสถาบันฯ ไว้ดังนี้....
#ตอบเพนกวินทะลุไปถึงชาญวิทย์แบบเบิ้มๆ
ใจเย็นๆครับ ประเด็นที่ผมพาดพิงคือ ความย้อนแย้งของเพนกวินที่เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชู จอมพล ป. ที่เป็นเผด็จการทหาร ซึ่งแม้แต่ในสารานุกรมภาษาอังกฤษที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอย่างสารานุกรมบริแทนนิกา (Britannica) ยังระบุไว้อย่างชัดเจน [1] ในเมื่อไม่สามารถแก้ต่างในความย้อนแย้งได้ของตัวเองได้ แล้วยังหันมาถามคำถามแก้เก้อ แสดงความรู้ไม่จริงออกมาอีก ก็จะช่วยตอบให้ เผื่อจะได้หลุดพ้นจากการเชื่อและจำชุดความคิดบิดเบือนตามๆกันมา เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak
1.การยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของคณะราษฎร ไม่ได้เป็นการสร้างประชาธิปไตย เพราะคณะราษฎรสร้างคณาธิปไตยขึ้นมาแทนที่ ทำให้อำนาจอธิปไตยที่ถ่ายโอนมาจากสถาบันพระมหากษัตริย์ตกอยู่ในเงื้อมือของคณะราษฎร ไม่ได้มาถึงมือของประชาชน ในหลัก 6 ประการของคณะราษฎรก็ไม่ได้มีสาระของการทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน หรือแม้แต่ในรัฐธรรมนูญของคณะราษฎรทุกฉบับก็มีลักษณะเป็น "อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชน" ไม่ได้เป็น "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน"
[2-7] แบบนี้คณะราษฎรแอบอ้างประชาธิปไตยแล้วใช้คำว่า "ราษฎร" หลอกลวงประชาชนหรือเปล่า? ประชาชนชาวไทยเคยมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่? เพราะคณะราษฎรหรือเปล่าที่เป็นต้นตอของประชาธิปไตยจอมปลอมที่ทำให้อำนาจอธิปไตยของปวงชนเป็นจริงแค่ในกระดาษมาจนถึงทุกวันนี้? และสุดท้ายคณะราษฎรก็มีแต่ทะเลาะแย่งชิงอำนาจกันเอง ดังนั้นรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจึงเป็นจึงเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการรักษาอำนาจของระบอบเผด็จการคณะราษฎรเท่านั้น
[8]ในส่วนแนวคิดที่สถาบันฯ เห็นคนเป็นฝุ่น มันน่าจะเป็นอคติของลัทธิความเชื่อที่งมงายของเพนกวินมากกว่า ไม่งั้นเขาคงไม่เลิกทาสหรอกครับ แถมเป็นการเลิกทาสที่เป็นไปโดยสันติวิธีไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อด้วย เพราะสถาบันฯ เห็นคนเป็นคน ไม่เหมือนกับคนบางกลุ่มที่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา หลอกใช้คนออกมาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง แถมจะพาไปสู่ความรุนแรง ไปสู่การปะทะตามที่คนกลุ่มนี้ต้องการ
2.จอมพล ป. สร้าง "ลัทธิชาตินิยม" แต่คนที่ "สร้างชาติ" ที่เป็นรัฐสมัยใหม่ วางรากฐานของชาติในหลากหลายด้านให้ทันสมัยใหม่ตัวจริง คือ ในหลวง ร.5 [9-10] ไม่ว่าจะเป็น การเลิกทาสวางรากฐานประชาธิปไตย การปฏิรูปการปกครอง การปฏิรูประบบราชการต่างๆให้มีความทันสมัยทัดเทียมชาติตะวันตก การศึกษาที่เปิดโอกาสไปถึงราษฎร การปกป้องประเทศจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก การเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ การแพทย์แผนปัจจุบันและสาธารณสุข การก่อตั้งการประปา การไฟฟ้า การไปรษณีย์โทรเลข การโทรศัพท์ การสื่อสาร การรถไฟ การเงินสมัยใหม่ ฯลฯ [11] เพนกวินกล้าปฏิเสธความจริงเหล่านี้หรือไม่?
แล้วชาติจะหมายถึงกษัตริย์หรือประชาชนโดดๆได้อย่างไร? ในเมื่อความหมายของรัฐสมัยใหม่ประกอบไปด้วย 1.ประชากร 2.ดินแดนที่มีอาณาเขตที่แน่นอน 3.อำนาจอธิปไตยที่ชัดเจน 4.รัฐบาลที่มีศูนย์กลางอำนาจในการปกครอง ถ้าจะอธิบายให้ถูกต้อง ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐบาล จากพระมหากษัตริย์เป็นคณะราษฎร ไม่ใช่ประชาชน เพราะคณะราษฎรยึดอำนาจอธิปไตยไว้เอง ไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนตามที่ได้อธิบายไปในข้อแรก
3.ต้องถามว่า จอมพล ป. ริเริ่มการให้คุณค่ากับสิทธิสตรีด้วยตัวเองจริงๆหรือ? หรือในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ผู้หญิงทั่วโลกต่างก็มีสิทธิและบทบาทหน้าที่ในสังคมมากยิ่งขึ้น
[12-13] ? ดังนั้นสิ่งที่จอมพล ป. ทำถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์หญิงไทยเพื่อนำมารับใช้อุดมการณ์ชาตินิยมและท่านผู้นำอย่างจอมพล ป. เองหรือไม่? และผู้มีบทบาทอย่างแท้จริงน่าจะเป็นท่านผู้หญิงละเอียดมากกว่าหรือเปล่า? แล้วเพนกวินรู้หรือไม่ว่าการตระหนักถึงสิทธิสตรีเริ่มเกิดขึ้นในสมัยในหลวง ร.4 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 ที่ถือได้ว่าเป็นการเปิดประตูให้ผู้หญิงก้าวสู่ตลาดแรงงานและมีบทบาทในพื้นที่สาธารณะในทางเศรษฐกิจมากขึ้น [14]