2 พฤศจิกายน 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โต้ตอบ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กรณีศาลฎีกานัดไต่สวนพยานคดี 44 สส. พรรคก้าวไกล เสนอแก้ไข มาตรา 112 โว่ากรณีดังกล่าวไม่ใช่เรื่อง นิติสงคราม หรือการกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่เกิดจากอดีต 44 สส. ร่วมกันลงชื่อเข้าเสนอแก้ไขกฎหมายเอง ทั้งที่เคยโดนเตือนเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ไม่มีอำนาจแทรกแซงองค์กรอิสระ และไม่มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายทำลายฝ่ายตรงข้าม ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของ คดี 44 สส.
นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุถึงกรณีศาลฎีกานัดไต่สวนพยานนัดแรกในคดี 44 สส. ว่า เป็นกระบวนการนิติสงครามที่มุ่งทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองว่า นายณัฐพงษ์ควรยอมรับความจริงให้ได้ว่า คดีนี้ต้นทางมาจากการที่อดีต สส. พรรคก้าวไกลเอง ที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ใช่หรือ ทำให้ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เข้าข่ายการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง จนนำไปสู่การไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และมีมติชี้มูลว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
หรือพูดภาษาชาวบ้านให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เรื่องนี้สภาผู้แทนราษฎรได้เคยทักท้วงแล้ว แต่อดีต 44 สส. พรรคก้าวไกลเองที่ยังคงดื้อดึงไม่ยอมถอนร่างใช่หรือไม่ ทั้งนี้ หากจะเรียกคะแนนสงสารจากประชาชน ก็ควรพูดความจริงให้ครบด้วย ยึดหลักความถูกต้องและหลักกฎหมาย ไม่ใช่ยึดความถูกใจของผู้ที่สนับสนุนฝ่ายตัวเอง ซึ่งมีแต่จะทำให้สังคมได้รับข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องหรือถูกบิดเบือนไปจากความเป็นจริง