มทบ.12 ลุยตรวจ "ก๊อต อธิป" สามี "บุ๋ม ปนัดดา" รุกที่ราชพัสดุนครนายก
02 พ.ย. 2569 | titayu_pur

มทบ.12 ใช้โดรน Lidar ตรวจสอบพื้นที่ 'TRAIL AND BEAN base camp' หลังพบพิรุธ "ก๊อต อธิป" สามี "บุ๋ม ปนัดดา" รุกที่ราชพัสดุ 23 ไร่ สร้างสนามวิ่งเทรล แคมป์ปิ้ง
ข่าว
02 พ.ย. 2569 | titayu_pur

มทบ.12 ใช้โดรน Lidar ตรวจสอบพื้นที่ 'TRAIL AND BEAN base camp' หลังพบพิรุธ "ก๊อต อธิป" สามี "บุ๋ม ปนัดดา" รุกที่ราชพัสดุ 23 ไร่ สร้างสนามวิ่งเทรล แคมป์ปิ้ง
KEY
POINTS
2 พฤศจิกายน 2569 พลตรีศตวรรษ อินทร์กง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณโครงการ 'TRAIL AND BEAN base camp' ในพื้นที่จังหวัดนครนายก เพื่อดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ราชพัสดุของนายอธิป อนันตวรรณ หรือ "ก๊อต อธิป" สามีของ "บุ๋ม ปนัดดา" โดยใช้เทคโนโลยีโดรน Lidar ตรวจพบพฤติการณ์ชัดเจนในการ รุกที่ราชพัสดุ จำนวน 23 ไร่ ทั้งการสร้างสนามวิ่งเทรล การสร้างบ่อน้ำ และลานกางเต็นท์เพิ่มเติม
ช่วงบ่ายวันนี้ พลตรีศตวรรษ อินทร์กง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณสนามเทรล ‘TRAIL AND BEAN base camp’ ที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อทำการสำรวจพื้นที่ราชพัสดุ โดยใช้อากาศยานไร้คนขับบินสำรวจ เนื่องจากมีปัญหาการบุกรุก โดยเฉพาะกรณีของนายอธิป อนันทวรรณ หรือก็อต สามีของคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่ก่อนหน้านี้ปรากฏหลักฐานการซื้อขายที่ดินราชพัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 23 ไร่ และ มทบ.12 ได้แจ้งความดำเนินคดีในฐานบุกรุกไว้แล้ว
โดยเจ้าหน้าที่ได้เริ่มใช้โดรนของเอกชน ซึ่งใช้เทคโนโลยี Lidar และเริ่มทำการบินสำรวจโดยใช้จุดศูนย์กลางบริเวณลานจอดรถ จากนั้นขึ้นบินในรัศมี 5 กิโลเมตรตามแนวเขา และพบว่าพื้นที่ของนายอธิปมีลักษณะของการบุกรุกชัดเจน ทั้งการทำสนามทางวิ่งเทรล การสร้างบ่อน้ำ จากพื้นที่ลานจอดรถไประยะทาง 370 เมตร และการวางถังน้ำ ระยะทางจากลานจอดรถไป 350 เมตร รวมถึงการทำลานกางเต็นท์ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางวิ่งเทรล ระยะทางห่างจากลานจอดรถ 519 เมตร
นอกจากนี้ยังพบพื้นที่ห่างออกไปจากลานจอดรถค่อนไปทางซ้ายของภูเขา ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร พบลักษณะการบุกรุกในการทำลานกางเต็นท์ เมื่อเดือน มิ.ย. ปี 2568 ซึ่งเป็นเอกชนคนละเจ้ากับของนายอธิป โดยจากการตรวจสอบพบว่า เจ้าของกิจการลานกางเต็นท์แห่งนี้ปิดเพจ และทำการปิดพื้นที่ ทำไม้กั้นล็อกไว้ และหยุดทำการไปเป็นปีแล้ว โดยปล่อยให้กลายเป็นพื้นที่รกร้าง
ส่วนบ้านที่เป็นหลังคาสีแดงที่มีการบุกรุก เป็น 1 ใน 14 คดีที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้และรอทำการรื้อถอน
พลตรีศตวรรษ ระบุว่า ภาพรวมของหน่วยที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ จ.นครนายก กว่า 60,000 ไร่ โดยโรงเรียน จปร. ใช้ประโยชน์และดูแลพื้นที่ ซึ่งในตำบลศรีกะอางเคยดำเนินคดีกับผู้บุกรุกไปแล้ว 14 คดี สิ้นสุดแล้ว 7 คดี เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ 7 คดี
ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ (สนามวิ่งเทรล) เป็นพื้นที่สนใจ โดยทหารไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังเกิดเป็นประเด็นได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่และหน่วยทหารในพื้นที่เข้ามาทำการสอบ และพบการบุกรุกจริง โดยได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไปแล้ววันที่ 27 ต.ค. และเมื่อร้องทุกข์กล่าวโทษก็นำมาสู่วันนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 มีความห่วงใยเลยให้หน่วยทำการสำรวจ และได้รับการสนับสนุนจากโดรนบริษัท หนึ่ง สาม สโตร์
โดยจุดที่บินสำรวจคือพื้นที่มีปัญหาที่เป็นประเด็น คือเน้นทางด้านแนวเขา เพราะพื้นราบมีการลาดตระเวนเป็นประจำ และใช้รัศมีการบิน 5 กิโลเมตร และได้รับรายงานว่าอาจจะมีการบุกรุกบริเวณบนยอดเขา เดี๋ยวจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนพื้นที่เท่าไรกี่ไร่ที่ทำการบุกรุก ขอทำการตรวจสอบโดยละเอียดก่อน แต่ลักษณะพื้นที่ที่บุกรุกเป็นพื้นราบ มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา
เมื่อถามว่า แนวที่ตรวจพบการบุกรุกเป็นแนวเก่าหรือใหม่นั้น พลตรีศตวรรษระบุว่า ในพื้นที่ที่เป็นประเด็น (คือสนามวิ่งเทรล) เมื่อต้นปี 2568 เคยตรวจพบว่ามีการบุกรุก ติดประกาศไปแล้ว และหน่วยที่รับผิดชอบไปตรวจสอบในพื้นที่อื่น แล้วมาพบการเป็นประเด็นบุกรุก ซึ่งการบุกรุกยอมรับว่ามีทั้งร่องรอยเก่าปี 2568 และมีร่องรอยใหม่ที่บุกรุกปี 2569 เพราะหน่วยทหารเราไม่ได้เข้ามาดูทุกเดือน
สำหรับความยากในการตรวจสอบสิทธิ์การใช้ประโยชน์ที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนที่อยู่อาศัยมาก่อน ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ ขณะที่บางส่วนยอมรับว่าใช้พื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต และสามารถดำเนินการขอเช่ากับกรมธนารักษ์ได้ ส่วนอีกกลุ่มเป็นการบุกรุกเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่หน่วยดำเนินคดี แต่สำหรับพื้นที่แห่งนี้ยังไม่ปรากฏกรณีชาวบ้านเข้ามาขอเช่า และยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ โดยพื้นที่เป็นคดีความและตรวจพบการบุกรุกทั้งหมดจะกลับมาสู่การใช้ประโยชน์ของกองทัพบกเช่นเดิม
สำหรับการดูแลพื้นที่ ปัจจุบันการลาดตระเวนยังใช้กำลังพลเดินเท้าและรถยนต์เป็นหลัก ทำให้ตรวจสอบพื้นที่ได้ไม่ทั่วถึง จึงหวังได้รับการสนับสนุนโดรนเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบพื้นที่ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการทหาร หลังเข้าชี้แจงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา
ส่วนข้อสงสัยว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการบุกรุกหรือไม่ พล.ต.ศตวรรษยืนยันว่า
“เจ้าหน้าที่ มทบ.12 ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะมีการตรวจสอบตลอด และกำลังพลด้วยกันเองก็จะเห็นว่าใครมีพฤติกรรมอย่างไร ดังนั้นไม่มีกำลังพลทางทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบว่ามีความผิดก็ต้องสั่งลงโทษอยู่แล้ว”