เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : ฮาโลวีนนี้ห้ามใส่! เกาหลีใต้สั่งแบน "ชุดตำรวจปลอม" สกัดซ้ำรอยฝันร้ายอิแทวอน

28 ต.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : ฮาโลวีนนี้ห้ามใส่! เกาหลีใต้สั่งแบน "ชุดตำรวจปลอม" สกัดซ้ำรอยฝันร้ายอิแทวอน

ฮาโลวีนปีนี้ ทางการเกาหลีใต้งัดมาตรการเด็ดขาด สั่งแบนการใส่ "เครื่องแบบตำรวจปลอม" และอุปกรณ์เลียนแบบทุกชนิด พร้อมคาดโทษจำคุกและปรับหนัก หลังถอดบทเรียนจากโศกนาฏกรรมอิแทวอนที่พรากชีวิต 159 ศพ ซึ่งหนึ่งในต้นตอของความสูญเสีย คือการที่ฝูงชนแยกไม่ออกระหว่าง "ตำรวจจริง" กับ "คนแต่งคอสเพลย์"

ในขณะที่การเฉลิมฉลองเทศกาลปล่อยผี (Halloween) จะมีขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี แต่สำหรับเกาหลีใต้ เทศกาลนี้มาพร้อมกับบาดแผลที่ยังฝังลึก เพราะปีนี้ตรงกับช่วงเวลาครบรอบ 4 ปี ของโศกนาฏกรรมเหยียบกันตายในย่านอิแทวอน

เพื่อเป็นการ "ป้องกันไว้ก่อน" ตำรวจเกาหลีใต้จึงประกาศมาตรการเข้มงวดขั้นสูงสุด สั่งห้ามสวมชุดเครื่องแบบตำรวจปลอมและพกอุปกรณ์เลียนแบบทั่วประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้ใดฝ่าฝืนสวมใส่หรือครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 ล้านวอน (ประมาณ 75,800 บาท)

การกวาดล้างนี้ไม่ได้หยุดแค่บนท้องถนน แต่ยังขยายผลไปถึงโลกออนไลน์ โดยร่วมมือกับสมาคมช้อปปิ้งออนไลน์ของเกาหลี ตรวจสอบร้านค้าหลัก 54 แห่ง และบล็อกการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับ "ชุดเครื่องแบบตำรวจ" อย่างเด็ดขาด
 


🔵 [ฝันร้ายอิแทวอน: ต้นเหตุของคำสั่งแบนคอสเพลย์ตำรวจ] 


เป้าหมายหลักของมาตรการนี้ คือการอุดช่องโหว่ความสับสนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 29 ตุลาคม 2565

ในคืนนั้น ชาวเกาหลีใต้และนักท่องเที่ยวกว่าแสนคนหลั่งไหลไปฉลองฮาโลวีนที่ "อิแทวอน" ย่านท่องเที่ยวยอดฮิตใจกลางกรุงโซล แต่ความสนุกกลับกลายเป็นจุดจบ เมื่อฝูงชนเบียดเสียดกันในซอยแคบๆ ที่มีความลาดชันใกล้โรงแรมแฮมิลตัน (Hamilton) จนเกิดการล้มทับกันเป็นโดมิโน

ผลการสอบสวนชี้ชัดว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า เป็นเพราะความสับสนอย่างหนัก เมื่อตำรวจจริงพยายามตะโกนสั่งการเพื่อเคลียร์พื้นที่ ฝูงชนกลับไม่เชื่อและไม่ปฏิบัติตาม เพราะคิดว่าเป็นเพียงคนที่แต่งคอสเพลย์มาร่วมงาน!

เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นข่าวช็อกโลก มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 159 คน (ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุ 20-30 ปี มีชาวต่างชาติ 20 ราย และคนไทย 1 ราย) บาดเจ็บอีกกว่า 190 คน จนรัฐบาลต้องประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศและลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 7 วัน
 


🔵 [ระดมกำลัง 4,500 นาย - งัด AI สแกนความแออัด] 


เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ปีนี้ทางการได้ระดมกำลังตำรวจกว่า 4,500 - 4,594 นาย ลงพื้นที่คุมเข้มความปลอดภัยใน 5 ย่านยอดฮิตของกรุงโซล ได้แก่ อิแทวอน, ฮงแด, ซองซู-ดง, เมียงดง และอิกซอน-ดง

พร้อมนำเทคโนโลยีมาอุดความเสี่ยง ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิดระบบ AI จำนวน 909 ตัว ในจุดสำคัญ 71 แห่งทั่วเมือง เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวและความแออัดของฝูงชนแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังเอาจริงกับการตรวจสอบสิ่งก่อสร้างผิดกฎหมาย หลังจากพบว่าโรงแรมแฮมิลตันในจุดเกิดเหตุ มีการต่อเติมผิดกฎหมายจนทางเดินแคบลง ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในต้นตอของโศกนาฏกรรม

🔵 [เกร็ดประวัติศาสตร์ : ทำไมฮาโลวีนต้องแต่งเป็น "ผี"?] 


หากย้อนกลับไปดูรากเหง้าของเทศกาลฮาโลวีน จะพบว่าความเชื่อเรื่องการแต่งกายหลอกตาคนนั้นมีมาแต่โบราณ วันฮาโลวีนมีที่มาจากวันฉลองปีใหม่ของชาวเคลต์ (Celt) ซึ่งถือว่าวันที่ 31 ตุลาคม คือวันสิ้นสุดฤดูร้อน (วันสุดท้ายของปี) และวันที่ 1 พฤศจิกายน คือวันขึ้นปีใหม่

ชาวเคลต์เชื่อว่า คืนวันที่ 31 ตุลาคม คือรอยต่อที่วิญญาณของผู้เสียชีวิตในปีที่ผ่านมา จะออกตามหาร่างของ "คนเป็น" เพื่อสิงสู่ให้ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง วิธีป้องกันตัวของพวกเขาคือการดับไฟในบ้านให้อากาศหนาวเย็น และที่สำคัญคือ "การปลอมตัวเป็นผีร้าย พร้อมส่งเสียงดัง" เพื่อหลอกให้ผีตัวจริงตกใจและหนีไป

จากประเพณีพื้นบ้านในอังกฤษ, ไอร์แลนด์ และสกอตแลนด์ เมื่อชาวไอริชและสกอตอพยพไปตั้งถิ่นฐานในอเมริกาช่วงทศวรรษที่ 1840 พวกเขาก็นำวัฒนธรรมนี้ติดตัวไปด้วย จนกลายเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองยอดฮิตที่แพร่หลายไปทั่วโลกตั้งแต่ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19

แม้แก่นแท้ของฮาโลวีนคือการ "ปลอมตัวเพื่อเอาชีวิตรอดจากความตาย" แต่บทเรียนจากอิแทวอนก็สอนให้รู้ว่า การปลอมตัวที่ผิดที่ผิดทาง... ก็อาจนำพาสังคมไปสู่ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เช่นกัน!

ข่าวล่าสุด