เปิดเงื่อนไขอายุผู้เข้าร่วม ย้ำเซ็นยินยอมออกจากราชการ ห้ามกลับเข้ามาอีก
ขณะที่เกณฑ์อายุของผู้เข้าร่วมโครงการ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตามที่เคยมีมติเดิมคือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่หากผู้เข้าร่วมโครงการไม่เต็มโควตา ก็อาจจะเปิดให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปี เข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ลาออกไปดูแลญาติพี่น้อง หรือดูแลตัวเอง
ส่วนประเด็นที่ว่าหากเข้าร่วมโครงการแล้ว จะสามารถกลับเข้ารับราชการได้อีกหรือไม่นั้น นายปกรณ์ ชี้แจงว่า เบื้องต้นจะให้ผู้เข้าร่วมโครงการเซ็นยินยอมออกจากราชการ และไม่กลับเข้ารับราชการ ไม่ว่าจะหน่วยงานใด รวมถึงองค์กรตระกูลศาล ตุลาการ และอัยการ
เพราะวัตถุประสงค์ของเราคือจากกันด้วยดี แต่หากออกไปแล้วแอบกลับเข้ารับราชการใหม่ ก็อาจจะมีการเรียกเงินคืน
ตั้งเป้า 5 ปี ลดข้าราชการ 3 หมื่นคน เดินหน้ายุบตำแหน่งเพิ่มประสิทธิภาพดิจิทัล
เมื่อถามถึงการตั้งเป้าหมายจำนวนผู้ที่จะออกจากราชการ นายปกรณ์ เปิดเผยว่า ตั้งเป้าไว้ที่ 5% ในแต่ละปี โดยโครงการจะดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ดังนั้น ภายในระยะเวลา 5 ปี ตั้งเป้าว่าจะมีผู้ที่ออกจากราชการรวมทั้งสิ้น 30,000 คน
สำหรับประเด็นการยุบตำแหน่งราชการ นายปกรณ์ ระบุว่า มีการยุบตำแหน่งแน่นอน แต่ไม่ได้ยุบตำแหน่งที่คนดังกล่าวกำลังครองอยู่ แต่จะใช้วิธียุบตำแหน่งอื่นที่เท่ากับจำนวนคนที่ออกไป เพื่อให้จำนวนข้าราชการลดน้อยลงให้ได้มากที่สุด ย้ำว่าไม่ได้เน้นเรื่องจำนวนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยอาจจะนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ทดแทน
จ่อเสนอ ครม. กลางเดือน พ.ย. นี้ ย้ำเริ่มโครงการก่อน 1 ต.ค. 2570
นายปกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการนี้จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ตั้งใจว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะนำมาใช้สำหรับข้าราชการพลเรือนก่อน ส่วนข้าราชการทหารและข้าราชการตำรวจ เขามีโครงการในลักษณะนี้รองรับอยู่แล้ว