🔵 [ล้างภาพจำ "สุดโต่ง" สู่ทางเลือกใหม่ของชาติ]
ชัยชนะในโพลไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากยุทธศาสตร์ Dédiabolisation (การลบล้างตราบาป) ตลอด 2 ทศวรรษ เพื่อลบภาพจำความสุดโต่ง การเหยียดเชื้อชาติ และการต่อต้านยิว ที่สืบทอดมาจากยุคของบิดา (ฌอง-มารี เลอ แปน) และขยายฐานเสียงให้กว้างกว่ากลุ่มต่อต้านผู้อพยพดั้งเดิม
ด้านเศรษฐกิจ เลอ แปน ปรับทิศทางมาเน้นปกป้องสวัสดิการสังคม พิทักษ์กำลังซื้อของคนตัวเล็ก คุมเข้มการใช้จ่าย ลดภาษีธุรกิจ และปฏิเสธการขยายอายุเกษียณ จนเจาะฐานเสียงชนชั้นแรงงานในพื้นที่อุตสาหกรรมเก่า (ที่เคยเป็นฐานที่มั่นพรรคคอมมิวนิสต์และฝ่ายซ้าย) ได้สำเร็จ ส่งผลให้ยอดสมาชิกพรรคเพิ่มเกือบ 3 เท่า แตะ 112,000 คน
ส่วนประเด็นยุโรป เธอหยุดแนวคิดที่จะพาฝรั่งเศส “ออกจากอียู (Frexit)” แต่เปลี่ยนมาใช้วิธีลดอิทธิพลของบรัสเซลส์ โดยเตรียมทำประชามติกำหนดให้กฎหมายฝรั่งเศสมีอำนาจเหนือกฎหมาย EU ในเรื่องการย้ายถิ่นฐาน และเตรียมตัดลดเงินสมทบที่ต้องจ่ายให้อียูลงถึงปีละ 11,000 ล้านยูโร เพื่อดึงอำนาจควบคุมพรมแดนกลับมา
แม้นโยบายนี้จะสร้างความหวั่นไหวทั่วยุโรปและถูกวิจารณ์ว่าแฝงแนวคิดกีดกันคนเข้าเมือง แต่สำหรับผู้สนับสนุน นี่คือทางออกเดียวที่จะนำฝรั่งเศสกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
🔵 [‘เลอ แปน ประธานาธิบดี – บาร์เดลลา นายกรัฐมนตรี’]
ไฮไลต์สำคัญคือการปรากฏตัวเคียงข้างของ จอร์แดน บาร์เดลลา (Jordan Bardella) ประธานพรรควัย 31 ปี ดาวรุ่งตัวแทนคนรุ่นใหม่ แม้ในงานจะมีกลุ่มนักศึกษาชาวยิวมาประท้วงข้อกล่าวหาเรื่องทัศนคติต่อต้านชาวยิวในอดีตของเขา (ซึ่งเขาปฏิเสธ) และก่อนหน้านี้มีข่าวรอยร้าวในพรรคเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ แต่งานนี้ทั้งสองส่งสัญญาณเอกภาพ
ภายใต้สโลแกน “Marine Présidente – un gouvernement Bardella” วางตำแหน่งชัดเจนให้เลอ แปน นั่งประธานาธิบดีกุมนโยบายภาพรวม และบาร์เดลลาคุมบังเหียนรัฐบาลในฐานะนายกรัฐมนตรี
🔵 [จุดจบของขั้วอำนาจเก่า?]
เลอ แปน นิยามการขับเคลื่อนครั้งนี้ว่าเป็นยุค “ฟื้นฟู” (Renaissance) ของชาติ พร้อมกล่าวประโยคที่สะท้อนความเชื่อมั่นในการเปลี่ยนผ่านอำนาจว่า "เราไม่ได้กำลังเผชิญกับจุดจบของโลก แต่คือจุดจบของโลกใบเก่า โลกของพวกเขา"
กรณีของ เลอ แปน ไม่ได้บอกแค่เรื่องความสำเร็จในการรีแบรนด์พรรคการเมือง แต่มันกำลังสะท้อนภาพใหญ่ของสังคมฝรั่งเศส เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจและความไม่ปลอดภัยบนท้องถนน ทำให้ประชาชนพร้อมมองข้ามข้อกังขาเรื่องคดีความส่วนตัวของผู้สมัคร เพียงเพื่อแลกกับความหวังว่าใครสักคนจะสามารถคืน “ความสงบเรียบร้อย” กลับมาได้
การเปิดตัวที่ออร์เลอ็องจึงเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่า กระแสคลื่นขวาจัดที่เติบโตอย่างมั่นคงนี้ จะสามารถเปลี่ยนผ่านจากพลังฝ่ายค้าน ไปสู่การกุมอำนาจบริหารสูงสุดของมหาอำนาจเบอร์สองแห่งสหภาพยุโรปได้สำเร็จหรือไม่!
ที่มา : Reuters , aljazeera