เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : USS Abraham Lincoln เมื่อเรือรบทรงอานุภาพ ก็หนี “สนิม” ไม่พ้น

04 ก.ย. 2569 | nathaorn_som

STORY : USS Abraham Lincoln เมื่อเรือรบทรงอานุภาพ ก็หนี “สนิม” ไม่พ้น

เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ที่เป็นหนึ่งในเขี้ยวเล็บสำคัญของกองทัพเรือสหรัฐฯ เดินทางเข้าเทียบท่าที่ไทย พร้อมภาพที่สะดุดตาไม่น้อย คราบสนิมที่เกาะอยู่ตั้งแต่หัวเรือไปจนถึงท้ายเรือ แต่สิ่งที่เห็นอาจไม่ได้หมายความว่าเรือกำลังหมดสภาพ

หากกำลังสะท้อน “ราคาของการอยู่กลางทะเลนานเกือบ 300 วัน”เมื่อ USS Abraham Lincoln (CVN-72) เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Nimitz ลำที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ เข้าเทียบท่าที่แหลมฉบัง ประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 กันยายน 

สิ่งที่หลายคนสังเกตเห็นก่อนความยิ่งใหญ่ของตัวเรือเสียอีก คือ “สนิม” คราบสีน้ำตาลแดงกระจายอยู่ตามตัวเรือ ตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงบริเวณท้ายเรือ ภาพนี้อาจดูสวนทางกับสถานะของเรือรบขนาดเกือบ 1,100 ฟุต ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปฏิบัติภารกิจทางทะเลและรองรับกำลังทางอากาศของสหรัฐฯ แต่สำหรับคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่บนเรือประเภทเดียวกัน มันกลับไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย


🔵 [286 วันกลางทะเล ทิ้งร่องรอยไว้บนเหล็ก]


USS Abraham Lincoln ออกเดินทางจากฐานทัพหลักที่ซานดิเอโกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน จนถึงวันที่เดินทางมาถึงไทย เรือใช้เวลาอยู่ระหว่างการประจำการมาแล้วประมาณ 286 วัน ช่วงเวลาดังกล่าวยังรวมถึงภารกิจในตะวันออกกลาง ทั้งการสู้รบและปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลเพื่อกดดันอิหร่าน การอยู่กลางทะเลต่อเนื่องเป็นเวลานาน หมายความว่าเหล็กของเรือต้องเผชิญทั้งน้ำเค็ม คลื่น ลม ความชื้น และแรงปะทะจากการเดินเรือ

คาร์ล ชูสเตอร์ อดีตนาวาเอกกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเคยประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz ถึง 3 รอบ อธิบายกับ CNN ว่า การเห็นสนิมบริเวณแนวระดับน้ำของเรือที่อยู่กลางทะเลต่อเนื่องตั้งแต่ประมาณ 60 วันขึ้นไป ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ นั่นทำให้ภาพที่ดูเหมือนความผิดปกติของเรือรบลำหนึ่ง ในอีกมุมหนึ่ง อาจเป็น “ร่องรอยของภารกิจ” ที่สะสมอยู่บนผิวเหล็ก

🔵 [ทำไมไม่ขัดสนิมเสียตั้งแต่อยู่กลางทะเล?]


คำตอบไม่ได้ง่ายแค่ส่งลูกเรือออกไปทาสีใหม่ เพราะบริเวณที่เกิดสนิมบางส่วนอยู่ใกล้แนวระดับน้ำ 
ชูสเตอร์อธิบายว่า การกำจัดสนิมบริเวณนี้จำเป็นต้องมีทีมงานลงไปทำงานใกล้ผิวน้ำ กระบวนการไม่ได้จบแค่ “ขัดออก” แต่ต้องขัดสนิมออกจากผิวเหล็ก ตามด้วยสีรองพื้นป้องกันสนิม 2 ชั้น ก่อนทาสีเทาสำหรับเรือรบทับอีก 2 ชั้น งานลักษณะนี้จึงทำได้ยากในเวลาที่เรือกำลังเดินทาง โดยเฉพาะช่วงปฏิบัติการรบ 

คลื่นและการเคลื่อนตัวของเรือทำให้พื้นที่ใกล้แนวน้ำไม่ใช่สถานที่ที่สามารถหย่อนคนลงไปทำงานได้อย่างปลอดภัยง่าย ๆ ชูสเตอร์ประเมินจากสภาพที่เห็นว่า หากจะบูรณะและจัดการสนิมทั้งหมด อาจต้องใช้เวลาประมาณ 30 วัน
 


🔵 [7 วันในไทย ซ่อมได้แค่ “จุดที่ต้องทำก่อน”]


USS Abraham Lincoln เข้าเทียบท่าที่แหลมฉบัง หลังผ่านการประจำการทางทะเลอันยาวนาน โดยช่วงจอดเทียบท่าครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ลูกเรือได้พักผ่อน แต่สำหรับตัวเรือเอง เวลาจอดนิ่งก็เป็นโอกาสสำคัญเช่นกัน ชูสเตอร์มองว่า ภายในเวลาประมาณ 7 วันที่จอดอยู่ในไทย ทีมงานคงไม่สามารถจัดการสนิมทั้งหมดได้ สิ่งที่น่าจะถูกเลือกก่อนคือ ส่วนหัวเรือและตัวเรือด้านหน้า เหตุผลง่าย ๆ ตรงนี้คือบริเวณที่ต้องรับแรงปะทะมากที่สุดขณะเรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ทั้งจากคลื่น น้ำทะเล และแรงกัดกร่อนของน้ำเค็ม โดยเฉพาะเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีคลื่นลมแรง สนิมส่วนที่อยู่สูงขึ้นไปอาจจัดการได้ขณะเดินเรือ แต่บริเวณแนวระดับน้ำต้องรอจนเรือจอดนิ่ง จึงทำให้การเข้าเทียบท่าไม่ได้มีความหมายกับ “คนบนเรือ” เท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงพักสำหรับตัวเรือด้วย

🔵 [สนิมอาจดูเป็นเรื่องความสวยงาม แต่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้]


ถ้าเช่นนั้น ในเมื่อสนิมเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ทำไมต้องกังวล? เพราะคำว่า “ปกติ” ไม่ได้หมายความว่า 
“ปล่อยไว้ได้” ชูสเตอร์เปรียบสนิมเหมือนสิ่งที่สามารถลุกลามได้ เมื่อการกัดกร่อนเริ่มต้นขึ้น ถ้าปล่อยไว้นาน ความเสียหายสามารถขยายไปยังโครงสร้างเหล็กที่อยู่รอบ ๆ ตั้งแต่ดาดฟ้า ทางเดิน ไปจนถึงระบบสายยึดเหนี่ยวเพื่อความปลอดภัยของลูกเรือ ดังนั้น สิ่งที่ลูกเรือทำจึงไม่ใช่เพียงการทำให้เรือ “กลับมาสวย” แต่คือการหยุดกระบวนการกัดกร่อนก่อนที่ปัญหาเล็กจะกลายเป็นงานซ่อมใหญ่ ภาพสนิมที่เห็นบนตัวเรือจึงเป็นทั้งเรื่องของรูปลักษณ์ และเรื่องของ Maintenance
 


🔵 [เมื่อเรือเหนื่อย คนบนเรือก็เหนื่อยไม่ต่างกัน]


ร่องรอยของการประจำการเกือบ 300 วันไม่ได้อยู่แค่บนตัวเรือ สำนักงานประชาสัมพันธ์ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า ยังมีรายงานเกี่ยวกับ ขวัญกำลังใจของลูกเรือที่ลดลง ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนเสบียง รวมถึงเหตุการณ์ที่มีลูกเรืออย่างน้อยหนึ่งคนพลัดตกเรือ สิ่งเหล่านี้ทำให้ภาพของ USS Abraham Lincoln ที่เดินทางมาถึงประเทศไทยมีอีกด้านหนึ่ง ด้านหนึ่ง มันคือเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ขนาดมหึมา อีกด้านหนึ่ง มันคือสถานที่ทำงานและที่พักของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลต่อเนื่องเป็นเดือน ๆ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยลดทอนความกังวลเรื่องระยะเวลาประจำการ โดยมองว่าระยะเวลาของ Lincoln ยังถือว่าสั้น แต่ประเด็นเรื่องสภาพภายนอกของเรือกลับ
เป็นเรื่องที่เขาให้ความสำคัญมานาน
 


🔵 [ถึงขั้นโทรถามเรื่อง “สนิม” ตอนกลางคืน]


เว็บไซต์ Task & Purpose รายงานคำพูดของ จอห์น ฟีแลน ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการกองทัพเรือในขณะนั้นว่า ทรัมป์เคยโทรศัพท์หาเขาในช่วงกลางคืนเพื่อพูดถึงเรื่องสนิมบนเรือรบ สิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการคือ ต่อเรือเพิ่ม นำเรือออกจากอู่ซ่อมให้เร็ว และเมื่อเรือออกปฏิบัติหน้าที่แล้ว ก็ต้องดูแลไม่ให้สภาพภายนอกเต็มไปด้วยสนิม อาจฟังเหมือนเรื่องภาพลักษณ์ แต่สำหรับกองทัพเรือ งานกำจัดสนิมคือกิจวัตรจริงที่ทหารเรือต้องเผชิญ และไม่ใช่งานยอดนิยมเสียด้วย ชูสเตอร์ถึงกับบอกว่า งานกำจัดสนิมเป็นหนึ่งใน 2 งานที่ทหารเรือไม่ชอบที่สุด อีกงานหนึ่งคือการซ่อมระบบประปา สมัยยังเป็นทหารชั้นผู้น้อย เขาเองก็ไม่ชอบทั้งสองอย่าง
 


🔵 [แม้แต่ “เขี้ยวเล็บ” ก็ต้องมีวันเข้าซ่อม]


USS Abraham Lincoln อาจถูกสร้างมาเพื่ออยู่กลางทะเล แต่ไม่ได้หมายความว่ามันสามารถอยู่กลางทะเลได้ตลอดไปโดยไม่ต้องหยุดดูแล ยิ่งเรือถูกใช้งานหนักเท่าไร ยิ่งอยู่ไกลฐานทัพนานเท่าไร ร่องรอยของการใช้งานก็ยิ่งสะสม 

และในท้ายที่สุด เครื่องจักรที่มีขนาดและอานุภาพมากเพียงใดก็ยังต้องกลับเข้าสู่กระบวนการพื้นฐานที่สุด ตรวจ ขัด ทาสี ซ่อม ภาพ USS Abraham Lincoln ที่มีสนิมเกาะขณะเข้าเทียบท่าในประเทศไทย จึงไม่ได้ทำให้เรือลำนี้กลายเป็น “เรือเก่าไร้สมรรถนะ” จากข้อมูลที่มี แต่มันทำให้เราเห็นด้านหนึ่งของอำนาจทางทหารที่มักไม่ปรากฏอยู่ในภาพตอนเครื่องบินขึ้นจากดาดฟ้า เบื้องหลังเรือรบที่ดูทรงพลัง คือการซ่อมบำรุงที่ไม่มีวันจบ และเบื้องหลังเครื่องจักรที่ต้องพร้อมรบ ก็ยังมีคนที่ต้องคอยขัดสนิมอยู่เสมอ เพราะไม่ว่าเรือจะใหญ่แค่ไหน ทะเลก็ยังทิ้งร่องรอยไว้บนมันได้

ข่าวล่าสุด