สำหรับคนที่คุ้นเคยกับ AI รายชื่อโมเดลจำนวนมากอาจหมายถึงโอกาสในการทดลอง แต่สำหรับมือใหม่ หน้าจอเดียวกันอาจกลายเป็นความสับสนว่าแต่ละชื่อแตกต่างกันอย่างไร และควรกดเลือกตัวไหน
ดังนั้น โจทย์ของ TH-AI Passport จึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การนำโมเดลจำนวนมากมาไว้ในแพลตฟอร์ม แต่ต้องทำให้ผู้ใช้มองเห็นด้วยว่า โมเดลใดเหมาะกับงานข้อความ งานค้นคว้า งานภาพ หรืองานวิดีโอ รวมถึงแสดงให้ชัดว่าขณะนั้นกำลังใช้งานโมเดลใดอยู่
🔵 [เมื่อคำตอบไม่ดี ต้องตรวจมากกว่าแค่ชื่อโมเดล]
เมื่อ AI ตอบไม่ตรงใจ ผู้ใช้ไม่ควรรีบสรุปทันทีว่าโมเดลนั้น “ไม่เก่ง” และในทางกลับกัน ก็ไม่ควรสรุปว่าปัญหาเกิดจากผู้ใช้เลือกเครื่องมือผิดเพียงฝ่ายเดียว
คำตอบที่คลาดเคลื่อนอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งการเลือกโมเดลไม่ตรงงาน Prompt ไม่ชัด ข้อมูลไม่เพียงพอ การตั้งค่าภาษา โมเดลเริ่มต้น หรือข้อจำกัดของระบบที่เชื่อมโมเดลเข้ากับแพลตฟอร์ม
วิธีทดลองที่ง่ายที่สุด คือใช้โจทย์เดียวกันกับโมเดลมากกว่าหนึ่งตัว แล้วเปรียบเทียบอย่างน้อย 4 เรื่อง
- หนึ่ง ความถูกต้อง
- สอง ความครบถ้วน
- สาม ความเหมาะสมกับงาน
- และสี่ แหล่งที่มาของข้อมูล
หากเป็นเรื่องสำคัญ เช่น ตัวเลข กฎหมาย สุขภาพ การเงิน หรือข้อมูลที่ต้องนำไปเผยแพร่ ผู้ใช้ต้องตรวจสอบกับแหล่งต้นฉบับเสมอ ไม่ว่าโมเดลนั้นจะเป็นแบบฟรีหรือ Pro
เพราะ AI ที่ตอบได้ลื่นไหล ไม่ได้หมายความว่าคำตอบนั้นถูกต้อง
🔵 [โจทย์หลังเปิดใช้จริง คือทำอย่างไรให้มือใหม่เลือกเป็น]
นายไชยชนกระบุว่า ภายใน TH-AI Passport มีคำแนะนำเกี่ยวกับลักษณะการใช้งานของแต่ละโมเดล และต้องการให้ประชาชนได้ทดลองหลายเครื่องมือ เพื่อเรียนรู้ว่างานของตัวเองเหมาะกับ AI แบบใด
ในมุมนี้ การทดลองโมเดลหนึ่งแล้วพบว่าไม่เหมาะกับงาน อาจไม่ใช่การทดลองที่เสียเปล่า เพราะอย่างน้อยผู้ใช้ได้เรียนรู้ว่า ครั้งต่อไปควรเปลี่ยนเครื่องมือ เปลี่ยนคำสั่ง หรือเพิ่มบริบทตรงไหน แต่การเรียนรู้ไม่ควรถูกผลักให้เป็นภาระของผู้ใช้เพียงฝ่ายเดียว
หากโครงการต้องการให้คนที่ไม่เคยใช้ AI มาก่อนสามารถนำเครื่องมือไปใช้ได้จริง แพลตฟอร์มต้องช่วยลดความซับซ้อน ตั้งแต่การแบ่งประเภทโมเดล การแนะนำตามลักษณะงาน การแสดงโมเดลที่กำลังใช้งาน ไปจนถึงการอธิบายว่า เมื่อคำตอบไม่ดีควรแก้ตรงไหน เพราะการให้ “สิทธิ์เข้าถึง” เป็นเพียงด่านแรก ด่านถัดไปคือการทำให้ประชาชนรู้จักเลือก รู้จักสั่ง และรู้จักตรวจสอบ เป้าหมายจึงอาจไม่ใช่ทำให้คนไทยทุกคนใช้ AI ตัวเดียวกัน แต่คือทำให้แต่ละคนค้นพบว่า งานของตัวเองควรใช้เครื่องมือแบบไหน และรู้เท่าทันพอที่จะไม่เชื่อทุกคำตอบที่ AI ส่งกลับมา