สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นายโจชัว หว่อง (Joshua Wong) นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยคนสำคัญของฮ่องกง วัย 29 ปี ได้ยอมรับสารภาพผิดในชั้นศาลต่อข้อหา "สมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติ" ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (NSL) ของจีน โดยข้อหานี้มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึงตลอดชีวิต
ปัจจุบัน โจชัว หว่อง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองของการลุกฮือในเหตุการณ์ "มรสุมร่ม" ปี 2014 และการประท้วงใหญ่ปี 2019 กำลังรับโทษจำคุก 4 ปี 8 เดือน จากคดีข้อหาก่อการล้มล้างปกครอง ซึ่งเดิมมีกำหนดจะพ้นโทษในช่วงต้นปีหน้า ทว่า ศาลระบุว่าจะทำการนัดพิพากษาลงโทษสำหรับคดีใหม่นี้ในภายหลัง
แฉพฤติการณ์เดินสายล็อบบี้ตะวันตก - ดันกฎหมายแซงก์ชันจีน
คำฟ้องของอัยการระบุว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน 2020 โจชัว หว่อง ได้สมคบคิดกับ เนธาน ลอว์ (Nathan Law) นักเคลื่อนไหวที่หลบหนีลี้ภัยในต่างแดน รวมถึงกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยอื่นๆ ร่วมกันทำ "การล็อบบี้ระหว่างประเทศ" ด้วยการเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกา, เยอรมนี และอิตาลี เพื่อเรียกร้องให้ต่างชาติบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรหรือปิดล้อมจีนและฮ่องกง
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่อัยการยกขึ้นมาคือ การที่ โจชัว หว่อง และเนธาน ลอว์ มีส่วนร่วมผลักดันกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง (Hong Kong Human Rights and Democracy Act) ของสหรัฐฯ ที่ผ่านในยุคของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2019 ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐฯ ในการลงโทษและคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนและฮ่องกงที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยแม้พรรคเดโมซิสโต (Demosistō) ของพวกเขาจะยุบตัวลงไปแล้ว แต่หว่องยังคงยืนยันว่าจะไม่ทิ้งจุดยืนทางการเมืองและจะแสวงหาความช่วยเหลือจากประชาคมโลกต่อไป