"ณัฐวุฒิ" โต้ทำร้าย "สมชัย" หน้า สน.ทองหล่อ อ้างล้มเอง ลุยบี้คดีโกง
04 ก.ย. 2569 | titayu_pur

“ณัฐวุฒิ” แจงปมปะทะ “สมชัย” หน้า สน.ทองหล่อ ปฏิเสธทำร้ายร่างกาย อ้างอีกฝ่ายขี่จักรยานชนพุงแล้วล้มเอง ยันลุยบี้คดีฉ้อโกงประชาชน
ข่าว
04 ก.ย. 2569 | titayu_pur

“ณัฐวุฒิ” แจงปมปะทะ “สมชัย” หน้า สน.ทองหล่อ ปฏิเสธทำร้ายร่างกาย อ้างอีกฝ่ายขี่จักรยานชนพุงแล้วล้มเอง ยันลุยบี้คดีฉ้อโกงประชาชน
KEY
POINTS
4 กันยายน 2569 นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายชื่อดัง ชี้แจงกรณีการปะทะเดือดกับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. หน้า สน.ทองหล่อ จนนายสมชัยล้มหงายหลัง โดยยืนยันไม่ได้ทำร้ายร่างกาย แต่ถูกแฮนด์จักรยานชนพุงก่อนอีกฝ่ายล้มลงไปเอง พร้อมเปิดหน้าสู้ตาต่อตาฟันต่อฟัน เดินหน้าดำเนินคดีฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินรวม 5 คดี เพื่อปกป้องผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย
จากกรณีเหตุเผชิญหน้าและปะทะคารมเดือดหน้า สน.ทองหล่อ ระหว่าง นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายชื่อดัง กับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ซึ่ง นายณัฐวุฒิ ได้ ผลักนายสมชัย ที่อยู่บนรถจักรยานจนล้มหงายหลังต่อหน้าสื่อมวลชนและตำรวจ ล่าสุดนายณัฐวุฒิได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจผ่านรายการ "ยุคลชนข่าว LIFE" ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว
นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ตนไม่ได้มีเจตนามาดักรอนายสมชัยแต่อย่างใด แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการพบกันโดยบังเอิญ โดยตนได้เดินทางมาถึง สน.ทองหล่อ เพื่อเซ็นเอกสารและยื่นหนังสือคำร้องต่อผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ เพื่อขอให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับนายสมชัยกับพวก รวม 6 คน ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน สมคบกันฟอกเงิน และฟอกเงิน ซึ่งเป็นมูลฐานความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป สามารถขอออกหมายจับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66
นายณัฐวุฒิระบุว่า คดีดังกล่าวตนเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการถูกหลอกลวงจนสูญเสียทรัพย์สิน และยังมีผู้เสียหายร่วมในคดีนี้อีกกว่า 2,000 ราย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ตนจึงได้รวบรวมหลักฐานรวมถึงใบเสร็จการโอนเงินมายื่นต่อพนักงานสอบสวนในวันดังกล่าว หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนเอกสารและกำลังจะเดินทางกลับเพื่อขึ้นรถ ก็เป็นจังหวะที่นายสมชัยขี่จักรยานพับได้เข้ามาพอดี และมีกลุ่มผู้สื่อข่าวรุมล้อมอยู่ จึงเกิดการเผชิญหน้าขึ้น
สำหรับประเด็นที่สื่อมวลชนรายงานว่า ตนใช้มือจับแขนและผลักนายสมชัยจนล้มหงายหลังต่อหน้าตำรวจนั้น ตนไม่ได้ผลักหรือจับแขนคู่กรณีเลย และคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ออกไปอาจจะมีการตัดต่อ ตนได้อธิบายเหตุการณ์ในมุมของตนว่า ขณะนั้นตนเพียงอยากรู้ว่าบุคคลที่ใส่หมวกคลุมหน้าอยู่นั้น คือนายสมชัยตัวจริงหรือไม่ จึงได้ยื่นมือไปดึงหมวกคลุมหน้าขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นนายสมชัยจริงตนก็เดินเลี่ยงออกทันที แต่ในระหว่างนั้น แฮนด์รถจักรยานของนายสมชัยได้เข้ามาชนที่หน้าท้องของตนก่อน แล้วนายสมชัยก็ล้มลงไปเอง
"แฮนด์รถจักรยานมันมาโดน ชนพุงผม แล้วเขาก็หล่นไปเอง ผมไม่ได้ผลักนะพี่ ให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย"นายณัฐวุฒิ กล่าวผ่านรายการ
นายณัฐวุฒิ ระบุเพิ่มเติมว่า หากนายสมชัยจะแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย ตนก็ไม่มีความกังวลและพร้อมยอมรับในกระบวนการยุติธรรมทุกอย่างเพื่อต่อสู้คดี และยืนยันว่าฝั่งของตนได้รับความเสียหาย และมีความเดือดร้อนมากกว่าหลายเท่าจากการถูกต้มตุ๋นหลอกลวง
นอกจากนี้ ตนได้เตรียมทีมกฎหมายเพื่อดำเนินการเร่งรัดออกหมายจับและคัดค้านการประกันตัวนายสมชัยในทุกคดีอย่างถึงที่สุด โดยระบุว่าปัจจุบันนายสมชัยโดนดำเนินคดีไปแล้วรวม 5 คดี ได้แก่:
1. สน.ทองหล่อ จำนวน 2 คดี
2. สน.ทุ่งสองห้อง จำนวน 2 คดี
3. สน.บางโพ จำนวน 1 คดี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.บ.เรี่ยไร, ฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน
"สำนักงานกฎหมายของผมเป็นสำนักงานใหญ่ มีลูกน้องเยอะแยะตามกัดไม่ปล่อยบอกได้เลย และผมไม่ยอมด้วย ตาต่อตา ฟันต่อฟันเลยครับ" นายณัฐวุฒิ กล่าวเน้นย้ำ พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวขออภัยต่อเยาวชนและสังคมหากตนเองได้ใช้คำพูดหยาบคายหรือไม่เป็นตัวอย่างที่ดี เนื่องจากเกิดความโกรธแค้นสะสมในฐานะผู้เสียหาย
ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ นายณัฐวุฒิยังได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนไม่ได้มีเวลามานั่งเสียเวลากับนายสมชัยมากนักเพราะงานเยอะมาก โดยตนกำลังรุกธุรกิจด้านสื่อสารมวลชนอย่างเต็มตัว จึงมองว่าประเด็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นหน้าโรงพัก สน.ทองหล่อ เป็นเพียง "เรื่องเล็กน้อย" เท่านั้น
ขณะเดียวกัน ทางผู้ดำเนินรายการ "ยุคลชนข่าว LIFE " เผยว่า ได้ติดต่อพยายามสัมภาษณ์ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เพื่อสอบถามความจริงอีกด้านแล้ว แต่นายสมชัยแจ้งว่ายังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ เนื่องจากภารกิจรัดตัวและกำลังเดินทางไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจร่างกายและเก็บเอกสารหลักฐานทางการแพทย์
เบื้องต้นมีรายงานว่า นายสมชัยพบบาดแผลถลอกและรอยฟกช้ำบริเวณหน้าแข้งและขา ซึ่งคาดว่าจะนำใบรับรองแพทย์และหลักฐานบาดแผลดังกล่าว มาประกอบสำนวนในการแจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายกับนายณัฐวุฒิต่อไป