เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD: รวยไม่หยุด! ครอบครัวทรัมป์ผุดธนาคารคริปโต มี "ชีคสายลับ" หนุนหลังถือหุ้น 49%

29 ส.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

WORLD: รวยไม่หยุด! ครอบครัวทรัมป์ผุดธนาคารคริปโต มี "ชีคสายลับ" หนุนหลังถือหุ้น 49%

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังจะมีธนาคารเป็นของตัวเอง แถมธนาคารนั้นยังทำธุรกิจสกุลเงินดิจิทัลที่ผูกโยงกับเงินดอลลาร์ และมีมหาเศรษฐีจากตะวันออกกลางที่ได้ฉายาว่า "ชีคสายลับ" มาร่วมลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์...

เรื่องนี้ไม่ใช่นิยาย แต่กำลังเกิดขึ้นจริงกับครอบครัวของโดนัลด์ ทรัมป์ และกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่สหรัฐฯ กำลังจับตามอง

 

💰 [World Liberty Financial ธนาคารคริปโตของครอบครัวทรัมป์]

ธุรกิจที่ว่านี้มีชื่อว่า World Liberty Financial ธนาคารคริปโตแห่งใหม่ของครอบครัวทรัมป์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากชีคแห่งอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ผู้มีฉายาว่า "ชีคสายลับ" ซึ่งเข้าถือหุ้นถึง 49% ในองค์กรที่อยู่เบื้องหลังธนาคารแห่งนี้

 

แล้ว "ชีคสายลับ" คนนี้คือใคร ทำไมถึงมีอิทธิพลขนาดนี้?

 

🕵️ [ใครคือ "ชีคสายลับ" ที่ทุกคนพูดถึง]

สมาชิกราชวงศ์อาบูดาบีที่ได้รับฉายานี้ คือ ชีค ทาห์นูน บิน ซายิด อัล นาห์ยาน (Sheikh Tahnoon bin Zayed Al Nahyan) อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของ UAE และเป็นพระอนุชาของประธานาธิบดีแห่ง UAE คือ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นาห์ยาน (Sheikh Mohamed bin Zayed Al Nahyan)

 

ชีค ทาห์นูน ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของ UAE เพราะเป็นผู้ดูแลอาณาจักรธุรกิจการเงินและเทคโนโลยีขนาดใหญ่ บริหารกองทุนความมั่งคั่งระดับประเทศ รวมถึงบริษัท AI ชั้นนำอย่าง G42 ด้วย

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขาถูกจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ คือการเข้าไปมีส่วนในธุรกิจธนาคารคริปโตของครอบครัวทรัมป์นั่นเอง

📊 [เส้นทางเงินทุนที่ซับซ้อน แต่ชัดเจนในตัวเลข]

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ที่อ้างแหล่งข่าววงในผู้รู้เรื่องนี้ดี ระบุว่าชีคทาห์นูนและนักลงทุนรายอื่นถือหุ้นใน "StringZ Holding RSC" ซึ่งบริษัทนี้ถือหุ้น 49% ใน "WLTC Holdings" นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจธนาคารของ World Liberty Financial โดยตรง ขณะที่อีก 38% ของหุ้น ถือครองโดยนิติบุคคลที่เชื่อมโยงกับครอบครัวทรัมป์

 

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ชีคทาห์นูนสนับสนุนเงินลงทุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าถือหุ้น 49% ใน World Liberty Financial โดยข้อตกลงนี้ลงนามกันเพียง 4 วัน ก่อนที่ทรัมป์จะกลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง และท้ายที่สุดมีการจัดสรรเงินจำนวน 263 ล้านดอลลาร์ ไปยังกิจการต่างๆ ของครอบครัวทรัมป์ ตามข้อมูลเปิดเผยสถานะทางการเงินของทรัมป์เอง

 

จังหวะเวลาแบบนี้ เป็นเรื่องบังเอิญ หรือมีการวางแผนไว้ล่วงหน้ากันแน่?

 

🏦 [ก้าวต่อไปสู่การเป็น "ธนาคาร" อย่างเป็นทางการ]

ล่าสุด สำนักงานผู้ควบคุมเงินตราของสหรัฐฯ (Office of the Comptroller of the Currency หรือ OCC) ได้อนุมัติในเบื้องต้นแบบมีเงื่อนไข ให้ World Liberty Financial จัดตั้งธนาคารทรัสต์ระดับชาติ ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลางในเดือนนี้ แม้จะยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติมและผ่านการตรวจสอบจาก OCC ก่อนเริ่มดำเนินงานจริงก็ตาม

การได้สถานะเป็นธนาคารนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ World Liberty Financial สามารถออกและบริหารจัดการเหรียญ USD1 ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับเงินดอลลาร์ได้โดยตรง ปัจจุบันเหรียญนี้มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

 

ตามรายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า สินทรัพย์ที่หนุนหลังเหรียญคริปโตนี้ ประกอบด้วยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และรายการเทียบเท่าเงินสดอื่นๆ ที่สร้างรายได้จากดอกเบี้ยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 150 ล้านดอลลาร์ต่อปี

 

🗣️ [เสียงจากผู้บริหาร กับเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน]

แซ็ค วิทคอฟฟ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอิสระของ World Liberty Financial ซึ่งเป็นบุตรชายของสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง กล่าวถึงเป้าหมายของบริษัทว่า ต้องการ "สร้างเงินดอลลาร์ดิจิทัล ที่ได้รับความไว้วางใจและมีการใช้งานอย่างแพร่หลายที่สุดในโลก"

 

ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่คำถามคือ ความน่าเชื่อถือจะมาพร้อมกับความโปร่งใสด้วยหรือไม่?

 

⚖️ [ข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่มาพร้อมกัน]

ความร่วมมือข้ามชาตินี้กำลังก่อให้เกิดคำถามจากทั้งพรรคเดโมแครตและผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรม โดยเฉพาะในจังหวะที่รัฐบาลทรัมป์กำลังเจรจากับ UAE เรื่องการเข้าถึงชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงของสหรัฐฯ ซึ่งชีคทาห์นูนเองก็เป็นผู้ควบคุม G42 บริษัท AI ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ และได้รับอนุมัติจากรัฐบาลทรัมป์ให้สามารถจัดซื้อชิปจากสหรัฐฯ ได้

 

ด้านทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธข้อครหาเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ต่อ The Wall Street Journal โดยยืนยันว่าทรัมป์ "ดำเนินการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวอเมริกันเท่านั้น"

 

น่าสนใจว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทรัมป์เปิดเผยเองว่าธุรกิจสกุลเงินดิจิทัลของครอบครัวเขา สร้างรายได้มหาศาลถึง 1,400 ล้านดอลลาร์ ในปีที่แล้ว

 

🎭 [ที่มาของฉายา "ชีคสายลับ"]

ฉายา "ชีคสายลับ" (Spy Sheikh) ของชีคทาห์นูน มีที่มาจากบทบาทด้านความมั่นคงในอดีต ทั้งการดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานข่าวกรอง และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงระดับสูงของอาบูดาบี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและบริหารจัดการงานด้านกิจการลับและข่าวกรองของประเทศ

 

นอกจากนี้ ชีคยังถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการสอดแนมทางการเมืองและปฏิบัติการข่าวกรองระดับโลก เช่น โครงการ Raven ที่ใช้สอดแนมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและสื่อมวลชน รวมถึงดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบลับเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

 

สื่อต่างประเทศอย่าง The Wall Street Journal และสำนักข่าวอื่นๆ จึงขนานนามพระองค์ว่า "ชีคสายลับ" เพื่อสะท้อนถึงอิทธิพลเบื้องหลังที่ผสมผสานทั้งเครือข่ายข่าวกรอง ความมั่งคั่ง และอำนาจในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกในปัจจุบัน

 

🤔 [แล้วเรื่องนี้ควรจับตาต่อไปอย่างไร?]

จากธุรกิจคริปโตสู่การเป็นธนาคารเต็มรูปแบบ พร้อมพันธมิตรต่างชาติที่มีอิทธิพลระดับโลก เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าเส้นแบ่งระหว่างธุรกิจครอบครัวกับอำนาจทางการเมืองกำลังพร่าเลือนลงเรื่อยๆ ในยุคที่สกุลเงินดิจิทัลกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบการเงินโลก

ข่าวล่าสุด