การได้สถานะเป็นธนาคารนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ World Liberty Financial สามารถออกและบริหารจัดการเหรียญ USD1 ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับเงินดอลลาร์ได้โดยตรง ปัจจุบันเหรียญนี้มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์
ตามรายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า สินทรัพย์ที่หนุนหลังเหรียญคริปโตนี้ ประกอบด้วยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และรายการเทียบเท่าเงินสดอื่นๆ ที่สร้างรายได้จากดอกเบี้ยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 150 ล้านดอลลาร์ต่อปี
🗣️ [เสียงจากผู้บริหาร กับเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน]
แซ็ค วิทคอฟฟ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอิสระของ World Liberty Financial ซึ่งเป็นบุตรชายของสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง กล่าวถึงเป้าหมายของบริษัทว่า ต้องการ "สร้างเงินดอลลาร์ดิจิทัล ที่ได้รับความไว้วางใจและมีการใช้งานอย่างแพร่หลายที่สุดในโลก"
ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่คำถามคือ ความน่าเชื่อถือจะมาพร้อมกับความโปร่งใสด้วยหรือไม่?
⚖️ [ข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่มาพร้อมกัน]
ความร่วมมือข้ามชาตินี้กำลังก่อให้เกิดคำถามจากทั้งพรรคเดโมแครตและผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรม โดยเฉพาะในจังหวะที่รัฐบาลทรัมป์กำลังเจรจากับ UAE เรื่องการเข้าถึงชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงของสหรัฐฯ ซึ่งชีคทาห์นูนเองก็เป็นผู้ควบคุม G42 บริษัท AI ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ และได้รับอนุมัติจากรัฐบาลทรัมป์ให้สามารถจัดซื้อชิปจากสหรัฐฯ ได้
ด้านทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธข้อครหาเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ต่อ The Wall Street Journal โดยยืนยันว่าทรัมป์ "ดำเนินการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวอเมริกันเท่านั้น"
น่าสนใจว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทรัมป์เปิดเผยเองว่าธุรกิจสกุลเงินดิจิทัลของครอบครัวเขา สร้างรายได้มหาศาลถึง 1,400 ล้านดอลลาร์ ในปีที่แล้ว
🎭 [ที่มาของฉายา "ชีคสายลับ"]
ฉายา "ชีคสายลับ" (Spy Sheikh) ของชีคทาห์นูน มีที่มาจากบทบาทด้านความมั่นคงในอดีต ทั้งการดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานข่าวกรอง และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงระดับสูงของอาบูดาบี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและบริหารจัดการงานด้านกิจการลับและข่าวกรองของประเทศ
นอกจากนี้ ชีคยังถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการสอดแนมทางการเมืองและปฏิบัติการข่าวกรองระดับโลก เช่น โครงการ Raven ที่ใช้สอดแนมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและสื่อมวลชน รวมถึงดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบลับเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง
สื่อต่างประเทศอย่าง The Wall Street Journal และสำนักข่าวอื่นๆ จึงขนานนามพระองค์ว่า "ชีคสายลับ" เพื่อสะท้อนถึงอิทธิพลเบื้องหลังที่ผสมผสานทั้งเครือข่ายข่าวกรอง ความมั่งคั่ง และอำนาจในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกในปัจจุบัน
🤔 [แล้วเรื่องนี้ควรจับตาต่อไปอย่างไร?]
จากธุรกิจคริปโตสู่การเป็นธนาคารเต็มรูปแบบ พร้อมพันธมิตรต่างชาติที่มีอิทธิพลระดับโลก เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าเส้นแบ่งระหว่างธุรกิจครอบครัวกับอำนาจทางการเมืองกำลังพร่าเลือนลงเรื่อยๆ ในยุคที่สกุลเงินดิจิทัลกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบการเงินโลก