เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE: สิ้นคิงฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ถอด 4 บทเรียนผู้นำยุคใหม่ด้วย Empathy

29 ส.ค. 2569 | nation_ent

ARTICLE: สิ้นคิงฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ถอด 4 บทเรียนผู้นำยุคใหม่ด้วย Empathy

สิ้น ‘คิงฮารัลด์ที่ 5’ แห่งนอร์เวย์ ถอดรหัสหัวใจ 'กษัตริย์ของประชาชน' กับ 4 บทเรียนผู้นำยุคใหม่ที่ชนะใจคนด้วย Empathy (ความเข้าอกเข้าใจ) และจิตวิญญาณนักสู้

ท่ามกลางโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางความคิด ช่องว่างระหว่างวัย และวิกฤตที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน… อะไรคือสิ่งที่ทำให้ "ผู้นำคนหนึ่ง" สามารถครองใจผู้คนทุกกลุ่ม และกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติได้อย่างแท้จริง?

 

การเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ (King Harald V) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 สิริพระชนมายุ 89 พรรษา หลังทรงครองราชย์ยาวนานกว่า 35 ปี ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงความอาลัยของชาวนอร์เวย์เท่านั้น แต่เรื่องราวตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้มอบบทเรียนราคาแพงแก่คนวัยทำงาน ผู้นำองค์กร และคนในสังคม ถึงความหมายของการเป็น "ผู้นำที่นั่งอยู่ในใจคน"

 

ชาวนอร์เวย์ยกย่องพระองค์ด้วยคำว่า "Folkekongen" หรือ "กษัตริย์ของประชาชน" ไม่ใช่เพราะพระองค์สวมมงกุฎสง่างาม แต่เพราะพระองค์เลือกที่จะถอดพิธีการออก แล้วก้าวลงมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทุกคนในฐานะ "มนุษย์คนหนึ่ง" เสมอมา

🔵 [ผู้นำที่กล้าแสดงความอ่อนแอ: เมื่อ Empathy ทรงพลังกว่าคำสั่งการ]

ในโลกของการทำงานและการบริหาร เรามักถูกสอนให้ผู้นำต้องเข้มแข็งและมีคำตอบให้กับทุกเรื่อง แต่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมก่อการร้ายเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2011 บนเกาะอูโทย่า (Utøya) ได้พิสูจน์ให้เห็นภาวะผู้นำอีกด้านของคิงฮารัลด์ที่ 5

 

ในวันที่ครอบครัวผู้สูญเสียกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างที่สุด พระองค์ไม่ได้ทรงยืนสั่งการอยู่ห่างๆ แต่เสด็จฯ ไปพบครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย นั่งรับฟัง โอบกอด และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า

 

"ข้าพเจ้าไม่เคยรู้สึกไร้อำนาจและหมดหนทางเท่านี้มาก่อน... ในฐานะพ่อ ปู่ และสามี ข้าพเจ้าสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของพวกท่าน และในฐานะกษัตริย์ ข้าพเจ้าขอร่วมรับรู้ความสูญเสียไปพร้อมกับทุกคน"

 

ก่อนการพบปะ พระองค์ทรงลังเลพระทัยว่าจะไปรบกวนความโศกเศร้าของผู้คนหรือไม่ แต่ด้วยคำแนะนำและความจริงใจ พระองค์จึงเลือกที่จะก้าวเข้าไปรับฟังโดยไร้เกราะกำบัง ทรงถอดเสื้อกันหนาวมอบให้เด็กหนุ่มผู้รอดชีวิต สะท้อนว่าในยามวิกฤต สิ่งที่ผู้คนต้องการที่สุดจากผู้นำไม่ใช่คำสั่งหรือคำปลอบโยนหรูหรา แต่คือ "การอยู่เคียงข้างและการรับฟังอย่างลึกซึ้ง"

🔵 [“นอร์เวย์คือพวกเราทุกคน”: ก้าวข้ามความแตกแยกด้วยการเคารพความหลากหลาย]

สุนทรพจน์ในปี 2016 ของพระองค์ ณ สวนดรอนนิงพาร์เคน (Dronningparken) กลายเป็นไวรัลระดับโลกและถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เมื่อพระองค์ทรงนิยามความเป็นชาติใหม่ให้โอบรับทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

"ชาวนอร์เวย์คือผู้หญิงที่รักผู้หญิง คือผู้ชายที่รักผู้ชาย และคือผู้หญิงและผู้ชายที่รักกันและกัน… ชาวนอร์เวย์เชื่อในพระเจ้า เชื่อในอัลลอฮ์ เชื่อในทุกสิ่ง และบางคนไม่เชื่อในอะไรเลย… ชาวนอร์เวย์ฟังทั้งดนตรีคลาสสิกของกรีก (Grieg) และเพลงอีดีเอ็มของไคโก (Kygo)… นอร์เวย์ก็คือพวกคุณ นอร์เวย์คือพวกเราทุกคน"

 

นี่คือหัวใจของความเข้าอกเข้าใจ (Inclusive Leadership) ที่ชี้ให้เห็นว่า ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ได้เกิดจากการบังคับให้ทุกคนเหมือนกัน แต่เกิดจากการที่ทุกคนเคารพในความต่าง และมองเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ในตัวผู้อื่นก่อนเสมอ

 

🔵 [จิตวิญญาณนักสู้: บทเรียนความมุ่งมั่นที่ไม่เคยเกษียณตามอายุ]

นอกจากมิติความอ่อนโยน คิงฮารัลด์ที่ 5 ยังมีอีกตัวตนหนึ่งที่ผู้คนจดจำ นั่นคือการเป็น "นักกีฬาเรือใบทีมชาตินอร์เวย์" พระองค์ทรงเป็นตัวแทนประเทศลุยศึกโอลิมปิกถึง 3 สมัย (ปี 1964, 1968, 1972) โดยเคยทรงได้รับเกียรติถือธงชาตินำทัพนักกีฬาในพิธีเปิดโตเกียวโอลิมปิก 1964 รวมถึงทรงคว้าเหรียญรางวัลในศึกชิงแชมป์โลกและระดับทวีปยุโรปมาครองอย่างต่อเนื่อง

 

สิ่งที่น่าทึ่งคือ จิตวิญญาณนักกีฬาของพระองค์ไม่เคยจางหาย แม้ในวัย 85 พรรษา พระองค์ยังคงลงแข่งขันเรือใบระดับโลกที่นครเจนีวา สู้กับคลื่นลมและนักกีฬารุ่นหลานอย่างสมศักดิ์ศรี พระองค์ไม่เคยยอมแพ้ต่อข้อจำกัดทางกายภาพ สะท้อนค่านิยมที่ว่า "หน้าที่และความหลงใหลในชีวิต ไม่มีคำว่าสายเกินไปหรือแก่เกินไป"

 

🔵 [พลังหนุนหลังคนรุ่นใหม่: ส่งต่อพลังใจใน “Norway is Coming”]

ความทรงจำล่าสุดที่ตรึงใจคนทั่วโลก คือคลิปวิดีโอเปิดตัวทีมชาตินอร์เวย์ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2026 ในแคมเปญ "Norway is Coming" หลังนอร์เวย์ห่างหายจากเวทีบอลโลกไปนานถึง 28 ปี

 

พระองค์ทรงร่วมปรากฏพระองค์ในคลิป เพื่อส่งต่อความเชื่อมั่นไปยังขุนพลรุ่นใหม่อย่าง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด พร้อมทั้งตรัสข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลัง

 

"นี่คือทีมของชาวนอร์เวย์ทุกคน ที่สร้างขึ้นจากความทุ่มเทอย่างหนักและความฝันอันยิ่งใหญ่... บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะส่งเหล่าบุรุษที่ดีที่สุดออกสู่โลกกว้าง"

 

ภาพดังกล่าวสะท้อนบทบาทของผู้นำรุ่นใหญ่ที่ไม่ยึดติดกับสปอตไลต์ของตัวเอง แต่พร้อมทำหน้าที่เป็น "ลมใต้ปีก" ผลักดันและส่งต่อพลังใจให้คนรุ่นถัดไปก้าวสู่เวทีระดับโลกด้วยความมั่นใจ

 

🔵 [ก้าวต่อไปของสังคม: ส่งต่อความเห็นอกเห็นใจในบทบาทของเรา]

แม้การเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยใหม่ของ สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 (King Haakon VIII) จะเริ่มต้นขึ้น แต่มรดกทางความคิดที่คิงฮารัลด์ที่ 5 ทิ้งไว้ ยังคงเป็นเข็มทิศนำทางให้กับสังคมยุคใหม่

 

ในวันที่เราต้องเป็นทั้งหัวหน้างาน พ่อแม่ หรือผู้นำครอบครัวท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว...

 

เราพร้อมหรือยังที่จะรับฟังผู้อื่นด้วยหัวใจที่เปิดกว้างและยอมรับความอ่อนแออย่างจริงใจ?

 

ในฐานะที่เราต้องทำงานร่วมกับคนหลากหลายรุ่น เรากำลังทำหน้าที่เป็น 'ลมใต้ปีก' และสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง?

ข่าวล่าสุด