เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : ซัสเซกซ์ซมซานกลับ UK? แผนย้ายบ้านเพื่อลูก กับค่าใช้จ่ายคฤหาสน์หรูที่แบกไม่ไหว

21 ส.ค. 2569 | NATESAIY

ARTICLE : ซัสเซกซ์ซมซานกลับ UK? แผนย้ายบ้านเพื่อลูก กับค่าใช้จ่ายคฤหาสน์หรูที่แบกไม่ไหว

สื่อสองฝั่งแอตแลนติกตีข่าวครึกโครม! เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล เตรียมหอบลูกย้ายกลับสหราชอาณาจักรในเดือนนี้ ท่ามกลางข่าวลือเตรียมขายคฤหาสน์หรูในแคลิฟอร์เนีย หลัง "พลาด" ไม่ประสบความสำเร็จในการแสวงหา "อิสรภาพทางการเงิน" บนแผ่นดินอเมริกา

ดูเหมือนว่าความพยายามในการสร้างชีวิตใหม่นอกราชวงศ์ของ "ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์" จะต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่อมีรายงานข่าวว่าทั้งคู่เตรียมย้ายกลับไปพำนักที่สหราชอาณาจักรภายในเดือนนี้ โดยมีเหตุผลเดียวคือการเตรียมนำ เจ้าชายอาร์ชีและ เจ้าหญิงลิลิเบตเข้าเรียนในโรงเรียนที่สหราชอาณาจักร ซึ่งมีรายงานว่าได้สมัครเรียนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


🔵 [สถานะที่เปลี่ยนไป และการเข้าเฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์]


รายงานข่าวระบุชัดเจนว่า การกลับมาครั้งนี้ ครอบครัวซัสเซกซ์จะพำนักในที่พักอาศัยส่วนตัวที่จะไม่ถูกเปิดเผยด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว และจะไม่อยู่ในสถานะ "สมาชิกพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง" ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ทำไว้กับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ว่าทั้งคู่จะไม่ปฏิบัติภารกิจทางการใดๆ ที่เป็นของราชวงศ์

แม้เจ้าชายแฮร์รีจะทรงเข้าเฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์ พระบิดา เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ไม่ได้กราบทูลแผนการย้ายกลับให้ทรงทราบ และพระเจ้าชาร์ลส์เพิ่งทรงทราบเรื่องนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นที่เข้าใจกันว่า พระเจ้าชาร์ลส์ทรงยินดีที่จะได้พบกับครอบครัวของพระโอรส แต่ทรงยืนยันชัดเจนว่า สถานะของดยุคและดัชเชสจะยังคงเป็นเพียง "บุคคลธรรมดา" (Private individuals) และสมาชิกราชวงศ์ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามความประสงค์ที่ทั้งคู่ได้เลือกไว้

🔵 [รอยร้าวที่ยากจะประสานกับ "บ้านเวลส์"]


การย้ายกลับสหราชอาณาจักรครั้งนี้ ถูกจับตามองอย่างหนักถึงความสัมพันธ์กับราชวงศ์ โดยเฉพาะบ้านเวลส์ (ครอบครัวเจ้าชายวิลเลียม) ที่บาดหมางจนไม่ได้พูดคุยกันมาหลายปี นับตั้งแต่แฮร์รีและเมแกนย้ายไปอเมริกาเมื่อ 6 ปีก่อน ทั้งคู่ได้วิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำสารคดีผ่าน Netflix และการออกหนังสือบันทึกความทรงจำ Spare ที่ทำให้เจ้าชายวิลเลียมและพระชายาแคทเธอรีนทรงรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง

รอยร้าวนี้ลึกซึ้งมาตั้งแต่การให้สัมภาษณ์กับ โอปราห์ วินฟรีย์ ในปี 2021 ที่เมแกนกล่าวหาสมาชิกราชวงศ์ "ที่ไม่ระบุชื่อ" ว่าถามถึงสีผิวของอาร์ชี จนทำให้เจ้าชายวิลเลียมต้องยอมขัดธรรมเนียมราชวงศ์ ออกมาตอบโต้ว่าราชวงศ์ไม่ได้มีพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติ นอกจากนี้ เจ้าชายแฮร์รียังเคยเสียดสีพระบิดาและพระเชษฐาอย่างรุนแรง รวมถึงไม่พอใจรัฐบาลเรื่องการเปลี่ยนมาตรการรักษาความปลอดภัย

ฟิล แดมเพียร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องราชวงศ์ วิเคราะห์ว่า คำมั่นสัญญาที่เจ้าชายทั้งสองเคยให้ไว้ว่าจะพักความขัดแย้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าหญิงไดอานา (เมื่อครั้งร่วมพิธีเปิดรูปปั้นเมื่อ 5 ปีก่อน) ได้ถูกทำลายลงแล้ว 


"ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องยากมากที่เจ้าชายวิลเลียมจะยอมพบกับเจ้าชายแฮร์รี แม้ปีหน้าจะครบรอบ 30 ปี การสิ้นพระชนม์ของพระมารดาก็ตาม... สำหรับเจ้าชายวิลเลียมแล้ว เจ้าชายแฮร์รีคืออดีตไปแล้ว พระองค์ทรงห่วงใยเพียงอนาคตของแคทเธอรีน พระชายา กับพระโอรส-ธิดาทั้งสาม (เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายหลุยส์) เท่านั้น"

แดมเพียร์ยังเสริมด้วยว่า เจ้าชายวิลเลียมจะไม่มีวันให้อภัยแฮร์รี โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้เจ้าหญิงแคทเธอรีนถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติ ขณะเดียวกัน เมแกนก็ยังคงมีประวัติที่ไม่สู้ดีนักกับข้าราชสำนักที่ตั้งฉายาให้เธอว่า "Duchess Difficult" (ดัชเชสจอมเรื่องมาก) จากข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมกลั่นแกล้งรังแกเจ้าหน้าที่จนต้องเสียน้ำตา และมองว่าเธอมีความสามารถในการแก้แค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แม้เมแกนจะปฏิเสธและอ้างว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสี แต่ วาเลนไทน์ โลว์ ผู้สื่อข่าวสายราชสำนัก ก็ได้จุดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021 ก่อนที่ทั้งคู่จะให้สัมภาษณ์เรื่อง "Megxit"


🔵 [ความล้มเหลวในฮอลลีวูด และธุรกิจสื่อที่พังทลาย]


ในการไปเริ่มธุรกิจที่อเมริกา ซัสเซกซ์เริ่มต้นด้วยการเซ็นสัญญามูลค่าหลายล้านดอลลาร์ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามคาด หนังสือ Spare อาจเป็นเบสต์เซลเลอร์ แต่ข้อตกลงพอดแคสต์มูลค่า 20 ล้านดอลลาร์กับ Spotify ต้องสะบั้นลงหลังผลิตออกมาเพียง 12 ตอน ซ้ำร้ายผู้บริหาร Spotify ยังตั้งฉายาให้พวกเขาในปี 2023 ว่า "นักต้มตุ๋น" (Grifters)

ส่วนรายการแนวไลฟ์สไตล์ของเมแกนทาง Netflix ก็ไม่ได้รับการต่อสัญญาในซีซั่นที่ 3 ซึ่ง โดมินิก แพทเทน บรรณาธิการบริหารของ Deadline.com สื่อบันเทิงฮอลลีวูด ให้ความเห็นไว้อย่างเจ็บแสบว่า "พวกเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จในระดับซูเปอร์สตาร์ อย่างที่พวกเขาต้องการ"
 


🔵 [คฤหาสน์หรูในมอนเตซิโต: ภาระที่แบกไม่ไหว?]


แหล่งข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ของซานตาบาร์บารา เปิดเผยกับ The Washington Post ว่า มีกระแสข่าวลือหนาหูว่าซัสเซกซ์เตรียมจะขายคฤหาสน์ขนาด 16 ห้องนอน 7.38 เอเคอร์ โดยนายหน้าทุกคนต่างอยากได้สิทธิ์เป็นตัวแทนขายบ้านหลังนี้

เจสัน สตรีตฟิลด์ นายหน้าจากบริษัท Douglas Elliman ระบุว่า การซื้อขายระดับนี้มักจะเป็นแบบ "นอกตลาด" (Off-market) มีการเซ็นสัญญาปกปิดข้อมูล (NDA) "มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะประกาศขาย แต่ผมมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่ากำลังมีการเจรจาและพาผู้สนใจเข้าชมบ้านกันอยู่แล้ว"

สาเหตุหลักอาจมาจากภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว ข้อมูลจากเขตซานตาบาร์บาราระบุว่า บริษัท Rockbridge LLC ของซัสเซกซ์ ซื้อคฤหาสน์นี้มาในราคา 14.65 ล้านดอลลาร์ เมื่อ 9 มิถุนายน 2020 และทำสัญญาเงินกู้จำนอง 9.52 ล้านดอลลาร์กับ City National Bank (ดอกเบี้ยปรับเปลี่ยนได้ 2.49% ถึง 7.49% ในเดือนกรกฎาคม 2030) The Post คำนวณว่ายอดผ่อนเฉพาะเงินกู้อยู่ที่ราว 40,000 - 43,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (กว่า 480,000 ดอลลาร์ต่อปี)

นอกจากนี้ ภาษีทรัพย์สินยังปรับเพิ่มขึ้นทุกปีตามกฎ Prop 13 ของแคลิฟอร์เนีย จาก 138,629 ดอลลาร์ (ปี 2021-2022) พุ่งมาอยู่ที่ 149,668 ดอลลาร์ สำหรับปี 2025 รวม 5 ปี จ่ายภาษีไปแล้วราว 721,000 ดอลลาร์ เมื่อรวมค่าประกันภัย ค่ารักษาพื้นที่ และค่ารปภ.ค่าใช้จ่ายคงที่ในการถือครองคฤหาสน์หลังนี้น่าจะ สูงเกินกว่า 650,000 ดอลลาร์ต่อปี

ตัวเลขที่สูงลิ่วนี้สวนทางกับรายได้ในฮอลลีวูดที่หายากขึ้น ซ้ำร้ายเจ้าชายแฮร์รียังอาจต้องจ่ายเงินก้อนโตระดับหลายสิบล้านดอลลาร์หลังแพ้คดีฟ้องร้องสื่อในสหราชอาณาจักร แหล่งข่าวระบุทิ้งท้ายว่า "นึกภาพไม่ออกว่าพวกเขาจะอยากปล่อยบ้านที่สวยงามหลังนี้ แต่การเก็บไว้มีภาระสูงลิ่ว บางทีอาจจะรอดูสถานการณ์ในสหราชอาณาจักรสักปีหนึ่งก่อน แต่ถ้าตัดสินใจลงหลักปักฐานที่นั่นจริงๆ ก็มองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยที่จะเก็บบ้านหลังนี้เอาไว้"
 


💬 [จับตากระแสข่าว]


ท้ายที่สุดแล้ว กระแสข่าวลือเรื่องการตัดสินใจย้ายกลับสหราชอาณาจักร และการเตรียมปล่อยขายคฤหาสน์หรูในแคลิฟอร์เนียจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่? ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของครอบครัวซัสเซกซ์ที่ทั่วโลกยังคงต้องจับตาดูกันต่อไป... คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับทิศทางในอนาคตของครอบครัวนี้?

ข่าวล่าสุด