แดมเพียร์ยังเสริมด้วยว่า เจ้าชายวิลเลียมจะไม่มีวันให้อภัยแฮร์รี โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้เจ้าหญิงแคทเธอรีนถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติ ขณะเดียวกัน เมแกนก็ยังคงมีประวัติที่ไม่สู้ดีนักกับข้าราชสำนักที่ตั้งฉายาให้เธอว่า "Duchess Difficult" (ดัชเชสจอมเรื่องมาก) จากข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมกลั่นแกล้งรังแกเจ้าหน้าที่จนต้องเสียน้ำตา และมองว่าเธอมีความสามารถในการแก้แค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แม้เมแกนจะปฏิเสธและอ้างว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสี แต่ วาเลนไทน์ โลว์ ผู้สื่อข่าวสายราชสำนัก ก็ได้จุดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021 ก่อนที่ทั้งคู่จะให้สัมภาษณ์เรื่อง "Megxit"
🔵 [ความล้มเหลวในฮอลลีวูด และธุรกิจสื่อที่พังทลาย]
ในการไปเริ่มธุรกิจที่อเมริกา ซัสเซกซ์เริ่มต้นด้วยการเซ็นสัญญามูลค่าหลายล้านดอลลาร์ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามคาด หนังสือ Spare อาจเป็นเบสต์เซลเลอร์ แต่ข้อตกลงพอดแคสต์มูลค่า 20 ล้านดอลลาร์กับ Spotify ต้องสะบั้นลงหลังผลิตออกมาเพียง 12 ตอน ซ้ำร้ายผู้บริหาร Spotify ยังตั้งฉายาให้พวกเขาในปี 2023 ว่า "นักต้มตุ๋น" (Grifters)
ส่วนรายการแนวไลฟ์สไตล์ของเมแกนทาง Netflix ก็ไม่ได้รับการต่อสัญญาในซีซั่นที่ 3 ซึ่ง โดมินิก แพทเทน บรรณาธิการบริหารของ Deadline.com สื่อบันเทิงฮอลลีวูด ให้ความเห็นไว้อย่างเจ็บแสบว่า "พวกเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จในระดับซูเปอร์สตาร์ อย่างที่พวกเขาต้องการ"
🔵 [คฤหาสน์หรูในมอนเตซิโต: ภาระที่แบกไม่ไหว?]
แหล่งข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ของซานตาบาร์บารา เปิดเผยกับ The Washington Post ว่า มีกระแสข่าวลือหนาหูว่าซัสเซกซ์เตรียมจะขายคฤหาสน์ขนาด 16 ห้องนอน 7.38 เอเคอร์ โดยนายหน้าทุกคนต่างอยากได้สิทธิ์เป็นตัวแทนขายบ้านหลังนี้
เจสัน สตรีตฟิลด์ นายหน้าจากบริษัท Douglas Elliman ระบุว่า การซื้อขายระดับนี้มักจะเป็นแบบ "นอกตลาด" (Off-market) มีการเซ็นสัญญาปกปิดข้อมูล (NDA) "มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะประกาศขาย แต่ผมมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่ากำลังมีการเจรจาและพาผู้สนใจเข้าชมบ้านกันอยู่แล้ว"
สาเหตุหลักอาจมาจากภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว ข้อมูลจากเขตซานตาบาร์บาราระบุว่า บริษัท Rockbridge LLC ของซัสเซกซ์ ซื้อคฤหาสน์นี้มาในราคา 14.65 ล้านดอลลาร์ เมื่อ 9 มิถุนายน 2020 และทำสัญญาเงินกู้จำนอง 9.52 ล้านดอลลาร์กับ City National Bank (ดอกเบี้ยปรับเปลี่ยนได้ 2.49% ถึง 7.49% ในเดือนกรกฎาคม 2030) The Post คำนวณว่ายอดผ่อนเฉพาะเงินกู้อยู่ที่ราว 40,000 - 43,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (กว่า 480,000 ดอลลาร์ต่อปี)
นอกจากนี้ ภาษีทรัพย์สินยังปรับเพิ่มขึ้นทุกปีตามกฎ Prop 13 ของแคลิฟอร์เนีย จาก 138,629 ดอลลาร์ (ปี 2021-2022) พุ่งมาอยู่ที่ 149,668 ดอลลาร์ สำหรับปี 2025 รวม 5 ปี จ่ายภาษีไปแล้วราว 721,000 ดอลลาร์ เมื่อรวมค่าประกันภัย ค่ารักษาพื้นที่ และค่ารปภ.ค่าใช้จ่ายคงที่ในการถือครองคฤหาสน์หลังนี้น่าจะ สูงเกินกว่า 650,000 ดอลลาร์ต่อปี
ตัวเลขที่สูงลิ่วนี้สวนทางกับรายได้ในฮอลลีวูดที่หายากขึ้น ซ้ำร้ายเจ้าชายแฮร์รียังอาจต้องจ่ายเงินก้อนโตระดับหลายสิบล้านดอลลาร์หลังแพ้คดีฟ้องร้องสื่อในสหราชอาณาจักร แหล่งข่าวระบุทิ้งท้ายว่า "นึกภาพไม่ออกว่าพวกเขาจะอยากปล่อยบ้านที่สวยงามหลังนี้ แต่การเก็บไว้มีภาระสูงลิ่ว บางทีอาจจะรอดูสถานการณ์ในสหราชอาณาจักรสักปีหนึ่งก่อน แต่ถ้าตัดสินใจลงหลักปักฐานที่นั่นจริงๆ ก็มองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยที่จะเก็บบ้านหลังนี้เอาไว้"
💬 [จับตากระแสข่าว]
ท้ายที่สุดแล้ว กระแสข่าวลือเรื่องการตัดสินใจย้ายกลับสหราชอาณาจักร และการเตรียมปล่อยขายคฤหาสน์หรูในแคลิฟอร์เนียจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่? ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของครอบครัวซัสเซกซ์ที่ทั่วโลกยังคงต้องจับตาดูกันต่อไป... คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับทิศทางในอนาคตของครอบครัวนี้?